• Tips&Tricks

3 เทคนิคเลือกประตูบ้านให้ตรงตามห้อง หมดปัญหาตามมาทีหลัง!

  • โดย NocNoc Writer

  • 3.9K

3 เทคนิคเลือกประตูบ้านให้ตรงตามห้อง หมดปัญหาตามมาทีหลัง!

ประตูบ้านคือส่วนประกอบสำคัญภายในบ้าน ทำหน้าที่สร้างความปลอดภัยแก่คนภายในบ้าน แต่สำหรับการเลือกประตูบ้าน นอกจากความสวยงามและทนทาน ยังมีความละเอียดอ่อนที่แฝงอยู่ภายใต้บานประตู ตั้งแต่เรื่องความชื้นจนไปถึงตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้เป็นตัวช่วยให้คุณเลือกประตูบ้านได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น

ทำความรู้จักวัสดุของประตูก่อน

1.ประตูไม้จริง

ประตูที่ทำจากไม้ธรรมชาติ โดยประตูไม้จริงสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปแบบบ้านได้หลากหลายสไตล์ จากโทนสีของไม้ที่แตกต่างกัน สำหรับไม้ที่นิยมนำมาทำประตูคือ ไม้แดง ไม้โอ๊ค ไม้เต็ง เนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็งทำให้ประตูบ้านมีความแข็งแรงทนทาน

ข้อดีของประตูไม้จริง

  • มีความแข็งแรง ทนทาน
  • มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากลวดลายของไม้

ข้อเสียของประตูไม้จริง

  • ประตูไม้จริงจะหดและขยายออก หากได้รับความชื้น
  • มีโอกาสเกิดปลวกได้
ภาพ: ประตูไม้จริง
ภาพ: ประตูไม้จริง

2.ประตูไม้ WPC

ประตูไม้ WPC (Wood Plastic Composite) ทำมาจากไม้ผสมกับโพลีเมอร์หลากชนิด ซึ่งไม้มีโครงสร้างเส้นใยที่แข็งแรง ส่วนโพลีเมอร์ มีคุณสมบัติกันความชื้น ไม่ดูดซึมน้ำ ซึ่งจากการผสมผสานจุดเด่นของแต่ละส่วนประกอบจึงทำให้ได้ประตูที่มีความแข็งแรงและกันความชื้น

ข้อดีของประตูไม้ WPC

  • ปลวกไม่ขึ้น หมดปัญหาเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปลวก
  • วัสดุไม่ไวไฟ ลดความเสี่ยงปัญหาอัคคีภัย
  • มีความแข็งแรงทนทาน
  • ทนความชื้นได้ดีไม่บวมเมื่อโดนน้ำ

ข้อเสียของประตูไม้ WPC

การดัดแปลงปรับใช้ในส่วนอื่นทำได้ยาก เนื่องจากรูปแบบของประตูที่ขึ้นรูปมาโดยเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถปรับแต่งได้

ภาพ: ประตูไม้  WPC
ภาพ: ประตูไม้ WPC
ภาพ: ประตูไม้ WPC
ภาพ: ประตูไม้ WPC

3.ประตูไม้อัด HDF

ประตูไม้อัด HDF (High Density Fiber) ทำมาจากการนำเศษไม้ขนาดเล็กนำมาผสมกับเรซินจากนั้นจึงอัดด้วยความร้อนสูง จากส่วนผสมที่ทำจากเศษไม้ทำให้ประตูไม้อัดมีลักษณะเฉพาะตัวคือความเบาแต่ความหนาแน่นของประตูต่ำจึงเกิดความเสียหายจากแรงกระแทกได้ง่าย

ข้อดีของประตูไม้ HDF

  • ปลวกไม่ขึ้นไม้
  • ทนความชื้นได้ในระดับหนึ่ง สามารถนำไปเป็นประตูห้องน้ำได้

ข้อเสียของประตูไม้ HDF

ถึงแม้จะทนความชื่นได้ แต่ไม่ควรนำไปถูกฝนและแดดโดยตรงเพราะจะทำให้เสื่อมสภาพเร็ว

ภาพ: ประตูไม้ HDF
ภาพ: ประตูไม้ HDF

4.ประตูไม้เอนจิเนียร์

สำหรับประตูไม้เอนจิเนียร์ คือประตูที่ทำมาจากการขึ้นโครงสร้างไม้จริงผสมกับไม้อัดจากนั้นจึงนำไม้วีเนียร์ในการฉาบหน้าประตู โดยไม้วีเนียร์คือเยื่อไม้แผ่นบางๆ นิยมนำมาใช้เพื่อสร้างความสวยงาม ซึ่งการผสมระหว่างไม้จริง ไม้อัดและไม้วีเนียร์ ทำให้ประตูไม้เอนจิเนียร์ มีความแข็งแรงและสวยงามในคร่าวเดียวกัน

ข้อดีของประตูไม้เอนจิเนียร์

  • มีความแข็งแรงเทียบเท่าไม้จริง
  • มีลวดลายสวยงามเฉพาะ เนื่องจากไม้วีเนียร์ทำมาจากท่อนซุง ทำให้ลวดลายและผิวสัมผัสคล้ายกับไม้จริง

ข้อเสียของประตูไม้เอนจิเนียร์

  • มีความยืดหดตัวเมื่อโดนความชื้น เช่นเดียวกันกับไม้จริง
ภาพ: ประตูไม้เอนจิเนียร์
ภาพ: ประตูไม้เอนจิเนียร์

5.ประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์

ประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ (Fiber Cement ) ทำมาจากแผ่นซีเมนต์บอร์ดผสมกับเยื่อของต้นไม้และทรายซิลิกา โดยแผ่นซีเมนต์บอดร์ดมีคุณสมบัติกันความชื้น ทำให้ประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ทนทานต่อความชื้น แต่ด้วยความหนาแน่นของแผ่นซีเมนต์ที่ต่ำทำให้ประตูแตกหักง่ายหากได้รับแรงกระแทกจำนวนมาก

ข้อดีของประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์

  • มีความยืดหยุ่น
  • ทนทานความชื้นได้ดี ไม่ยืดหดตัวเมื่อได้รับความชื้น

ข้อเสียของประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์

  • ไม่ทนต่อแรงกระแทก แตกหักง่าย
ภาพ: ประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์
ภาพ: ประตูไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์
ภาพ: ประตูไฟเบอร์ซีเมนต์
ภาพ: ประตูไฟเบอร์ซีเมนต์

Photo by: www.baanlaesuan.com

6.ประตูพีวีซี (PVC)

เป็นประตูที่ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์อย่างพลาสติก โดยมีโครงสร้างภายในแตกต่างกันตามแต่ละผู้ผลิต แต่ส่วนใหญ่นิยมใช้เหล็กหรืออลูมิเนียมเป็นหลัก ซึ่งมีน้ำหนักเบา ทำให้ประตูพีวีซีสามารถเคลื่อนย้ายติดตั้งได้ง่าย แต่ด้วยโครงสร้างที่กลวงจึงส่งผลให้เปราะบางและรับน้ำหนักได้น้อย

ข้อดีของประตูพีวีซี

  • มีน้ำหนักเบา
  • ทนทานต่อความชื้นได้ดี

ข้อเสียของประตูพีวีซี

  • ไม่แข็งแรง เปราะบาง แตกหักง่าย
  • ไม่ทนต่อความร้อน หากได้รับแดดในปริมาณที่มากจะทำให้ประตูกรอบ
ภาพ: ประตูห้องน้ำแบบ PVC
ภาพ: ประตูห้องน้ำแบบ PVC

7.ประตูยูพีวีซี (UPVC)

ประตูยูพีวีซีเป็นประตูที่พัฒนามาจากประตูพีวีซี แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบของโครงสร้าง โดยประตูยูพีวีซีใช้ไม้ WPC มาใช้เป็นโครงสร้างหลักทำให้เพิ่มความแข็งแรงได้มากกว่าประตูพีวีซี แต่ก็ยังถือว่าเป็นประตูที่รับแรงกระแทกได้น้อยอยู่ดี

ข้อดีของประตูยูพีวีซี

  • เก็บเสียง สามารถกันเสียงรบกวนจากภายนอก
  • ไม่เป็นวัสดุไวไฟ
  • ทนต่อสภาพอากาศ กันน้ำและความชื้นได้ดี

ข้อเสียของประตูยูพีวีซี

  • ไม่ทนต่อแรงกระแทก เปราะบาง แตกหักง่าย
  • ไม่ดูดซึบสี ทำให้ทาสีตกแต่งได้ยาก
ภาพ: ประตูไม้ UPVC
ภาพ: ประตูไม้ UPVC

8.ประตูอลูมิเนียม

ประตูอลูมิเนียมทำมาจากการขึ้นรูปโครงประตูด้วยอลูมิเนียม จากนั้นจึงนำกระจกมาติดบริเวณช่องว่างของโครงประตูกลายเพื่อประกอบเป็นประตู จากส่วนประกอบของประตูที่ทำจากกระจกทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองทะลุประตูเชื่อมเข้ากับส่วนต่างๆของภายในบ้านได้ เหมาะกับบ้านที่ต้องการความโปร่ง โล่งสบาย

ข้อดีของประตูอลูมิเนียม

  • มีน้ำหนักเบา
  • ทนทานต่อสภาพอากาศ
  • ดูแลรักษาง่าย เพียงแค่ชัดทำความสะอาดกระจก
  • สามาถปรับเปลี่ยนประตูได้ตามโครงสร้างบ้าน

ข้อเสียของประตูอลูมิเนียม

  • แตกหักง่าย เนื่องจากมีกระจกเป็นส่วนประกอบ
ภาพ: การใช้ประตูอลูมิเนียมเชื่อมต่อกับพื้นที่บริเวรณนอกบ้าน
ภาพ: การใช้ประตูอลูมิเนียมเชื่อมต่อกับพื้นที่บริเวรณนอกบ้าน
ภาพ: ประตูอลูมิเนียม
ภาพ: ประตูอลูมิเนียม

ประเภทของประตู

1.ประตูบานเปิด

ประตูบานเปิดเป็นประตูที่มีลักษณะการเปิดเข้าหรือออกทางฝั่งเดียว โดยประตูบานเปิด เป็นประตูที่นิยมใช้ทั่วไปสามารถติดตั้งได้ในทุกเกือบตำแหน่งของบ้าน เพราะสามารถติดตั้งได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างของบ้านมากเท่าไรนัก แต่ทั้งนี้ประตูบานเปิดไม่เหมาะกับบ้านที่พื้นที่น้อย เพราะลักษณะการเปิดประตูที่ต้องใช้พื้นที่ด้านหน้าเยอะ ทำให้เสียพื้นที่ในการจัดวางหรือทำกิจกรรมอื่นภายในห้อง

ภาพ: ประตูบานเปิด
ภาพ: ประตูบานเปิด
ภาพ: ประตูบานเปิด LEO WOOD
ภาพ: ประตูบานเปิด LEO WOOD

2.ประตูบานเลื่อน

ลักษณะของประตูบานเลื่อนคือ การเลื่อนไปทางด้านข้าง ซึ่งจะติดตั้งรางสำหรับเลื่อนไว้ด้านบนหรือด้านล่างบานประตู โดยประตูบานเลื่อนเหมาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่ไม่มีพื้นที่มากนัก ยกตัวอย่างเช่น ห้องนอนในคอนโด หากใช้ประตูบานเปิดจะทำให้เสียพื้นที่จำนวนมาก เช่น พื้นที่การวางโต๊ะหรือพื้นที่ทางเดิน ดังนั้นการเลือกใช้ประตูบานเลื่อนจะทำให้มีพื้นที่เหลือมากพอสำหรับการใช้อย่างประเภทอื่น

ภาพ: บ้านที่ใช้ประตูบานเลื่อนเพื่อเชื่อมพื้นภายนอก
ภาพ: บ้านที่ใช้ประตูบานเลื่อนเพื่อเชื่อมพื้นภายนอก
ภาพ: ประตูบานเลื่อน GLOBAL HOUSE
ภาพ: ประตูบานเลื่อน GLOBAL HOUSE

3.ประตูบานสวิง

คือประตูที่สามารถผลักเข้าออกได้ทั้งสองฝั่ง โดยลักษณะการเปิดเหมือนกับประตูบานเปิด สำหรับประตูบานสวิงเหมาะสำหรับห้องที่มีคนเข้าออกประจำ เช่น ห้องนั่งเล่นหรือประตูบาน แต่เช่นเดียวกันกับประตูบานเปิด ประตูบานสวิงเป็นประตูที่ต้องใช้พื้นที่มากในการเปิด-ปิดประตู ดังนั้นประตูบานสวิงจึงไม่เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่น้อย

ภาพ: ประตูบานสวิง
ภาพ: ประตูบานสวิง

4.ประตูบานเฟี๊ยม

เป็นประตูที่นำประตูบานเล็กมาต่อกันเป็นบานพับ โดยลักษณะการเปิดคือการทบไปที่ด้านใดด้านหนึง จุดเด่นของประตูบานเฟี๊ยมคือการขยายและเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างห้อง ทำให้ห้องนั้นกว้างมากขึ้น หรือถ้าหากบ้านไหนที่อยากเชื่อมพื้นที่แต่งบประมาณหรือพื้นที่มีอยู่จำกัดสามารถเลือกใช้ฉากกั้นห้องแทนการใช้ประตูบานเฟี๊ยมได้

ภาพ: ประตูบานเฟี๊ยม
ภาพ: ประตูบานเฟี๊ยม
ภาพ: ฉากกั้นห้อง ST DO HOME
ภาพ: ฉากกั้นห้อง ST DO HOME

เทคนิคการเลือกประตูบ้านให้ตรงตามห้อง

1.ตำแหน่งการใช้งาน ภายนอกหรือภายในบ้าน

สำหรับการเลือกซื้อประตู ต้องสำรวจความต้องการก่อนว่าต้องการใช้ประตูบริเวณภายนอกหรือภายในบ้าน หลังจากทราบความต้องการแล้วจึงนำคุณสมบัติของประตูละประเภทมาเปรียบเทียบกัน ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าหากเป็นประตูภายนอก ควรพิจารณาจากคุณสมบัติเรื่องการทนทานต่อความชื้น ทนทานต่อแสงแดดและความแข็งแรง ดังนั้นจึงไม่ควรเลือกใช้ประตูที่ทนความชื้นได้น้อย อย่าง ประตู UPVC แต่ควรใช้ประตูที่ทนทานต่อสภาพอากาศอย่างประตู WPC

ส่วนประตูภายในบ้าน สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือความสวยงามและความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น หากต้องการประหยัดพื้นที่ภายในบ้าน ประตูที่ควรเลือกใช้ควรเป็นประตูบานเลื่อน หรือต้องการเปิดพื้นที่ในบ้านเชื่อมติดต่อกัน ประตูที่เหมาะกับการใช้งานลักษณะนี้คือ ประตูบานเฟี๊ยมเป็นต้น

ภาพ: ประตู UPVC P’WOOD

ภาพ: การใช้ประตูบานเฟี๊ยมเชื่อมพื้นที่ระหว่างภายในกับภายนอกบ้าน
ภาพ: การใช้ประตูบานเฟี๊ยมเชื่อมพื้นที่ระหว่างภายในกับภายนอกบ้าน

2.เลือกจากประเภทของห้อง

ประตูบ้าน

สำหรับประตูบ้านในที่นี้คือประตูที่เชื่อมจากภายนอก เช่น โรงจอดรถ สวน เข้าสู่ภายในบ้าน สำหรับประตูบ้านถือว่าเป็นหน้าตาของบ้าน ดังนั้นการเลือกประตูบ้านจึงต้องคำนึงถึงความสวยงามเป็นหลัก

แต่ทั้งนี้นอกจากความสวยงามแล้ว การเลือกประตูบ้านควรคำนึงถึงตำแหน่ง เนื่องจากประตูบ้านเป็นประตูที่ต้องรับกับสภาพอากาศทั้งแดดและฝนอยู่เสมอ หากบ้านไหนไม่ได้ติดตั้งระแนงไม้เพื่อลดแดด ก็ควรเลือกประตูที่ทนทานต่อสภาพอากาศเช่น ประตูไม้จริงหรือประตูWPC เป็นต้น

ภาพ: ประตูบ้าน
ภาพ: ประตูบ้าน

ประตูห้องนั่งเล่น

ลักษณะประตูห้องนั่งเล่นสามารถปรับเลือกตามความต้องการของผู้อาศัย เช่น บ้านไหนที่ยังมีเด็กเล็กอยู่ ประตูห้องรับแขกก็ควรเป็นแบบบานเฟี๊ยมหรือประตูบานเลื่อนแบบใส เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมทำให้ผู้ปกครองสามารถสอดส่องดูแลเด็กได้ หรือบ้านไหนที่มีแขกผู้ใหญ่มาเยี่ยมบ่อยครั้ง ประตูสำหรับห้องนั่งก็ควรเป็นประตูแบบปิด เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัว เป็นต้น

ภาพ: ห้องนั่งเล่นที่ใช้ประตูบานเลื่อนแบบใส
ภาพ: ห้องนั่งเล่นที่ใช้ประตูบานเลื่อนแบบใส

ประตูห้องน้ำ

การเลือกประตูห้องน้ำควรนึกถึงการใช้งานเป็นหลักมากกว่าความสวยงาม เนื่องจากห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องถูกความชื้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ประตูนั้นเสื่อมสภาพได้ง่าย จึงควรเลือกประตูที่เหมาะกับห้องนำ้เช่น ประตู UPVC หรือประตู PVC เนื่องจากประตูเหล่านี้มีคุณสมบัติกันความชื้นได้ดี ทำให้ลดปัญหาการซ่อมแซมประตูห้องน้ำ

ภาพ: ประตูห้องน้ำ
ภาพ: ประตูห้องน้ำ

ประตูห้องนอน

สำหรับประตูห้องนอนการเลือกควรเลือกประตูที่มีอายุการใช้งานในระยะยาวและต้องมีความแข็งแรงเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้นอน ดังนั้นจึงควรเลือกประตูที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานเป็นหลัก เช่น ประตูไม้จริงหรือประตู WPC โดยในส่วนประตูไม้จริงจะมีความสวยงามและแข็งแรง แต่มีข้อเสียคือไม่ทนต่อความชื้น ส่วนประตู WPC ถึงแม้จะแข็งแรงไม่เท่าไม่จริง แต่ทนทานต่อความชื้น ไม่ยืดหดตัว เหมาะกับการใช้งานระยะยาว

ภาพ: ห้องนอนที่ใช้ประตูไม้
ภาพ: ห้องนอนที่ใช้ประตูไม้

3.เลือกจากวัตถุประสงค์การใช้งาน

เลือกจากความสวยงาม

สำหรับใครที่อยากได้ประตูที่เน้นความสวยงาม ควรเลือกประตูไม้จริง เนื่องจากมีลวดลายที่เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร แต่ด้วยไม้จริงมีราคาที่สูง หากใครที่อยากได้ความสวยงามจากลายไม้ การเลือกใช้ประตูไม้ WPC ก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่นอกจากลายไม้แล้ว รูปทรงของประตูก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น การเลือกใช้ประตูบานเลื่อนสไตล์ญี่ปุ่น ก็เป็นวิธีที่จะช่วยเพิ่มความสวยงามได้เช่นเดียวกัน

ภาพ: ประตูไม้จริง INTERWOOD TIMBER

ภาพ: ประตูบานเลื่อนสไตล์ญี่ปุ่น
ภาพ: ประตูบานเลื่อนสไตล์ญี่ปุ่น

เลือกจากความต้องการประหยัดพื้นที่

สำหรับบ้านไหนที่มีพื้นที่ไม่มาก การเลือกใช้ประตูควรคำนึงถึงรูปแบบการเปิดปิดประตูให้ประหยัดพื้นที่มากที่สุด โดยต้องคำนวนถึงลักษณะการใช้งานของพื้นที่ประกอบด้วย เช่น หากต้องการใช้งานพื้นที่บริเวณด้านหน้าประตู ก็ควรใช้ประตูแบบบานเลื่อน ซึ่งใช้พื้นที่ด้านข้างผนัง ทำให้มีพื้นที่เหลือบริเวณด้านหน้าประตู เป็นต้น

ภาพ: ประตูบานเลื่อนช่วยเพิ่มพื้นที่ในห้องนอนขนาดเล็ก
ภาพ: ประตูบานเลื่อนช่วยเพิ่มพื้นที่ในห้องนอนขนาดเล็ก

เลือกจากความปลอดภัย

ความปลอดภัยคือหนึ่งในหน้าที่ของประตูบ้าน โดยการเลือกประตูจากความปลอดภัยนั้น ขั้นแรกควรพิจารณาจากความหนาแน่นและความแข็งแรงของประตู โดยประตูที่มีความแข็งแรง เช่น ประตูไม้จริง ประตูไม้ WPC และประตูไม้เอนจิเนียร์ นอกจากความแข็งแรงแล้ว ความปลอดภัยสามารถเพิ่มได้จากการติดตั้งกลอนประตูแบบดิจิตอล ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยจากการตั้งรหัสผ่าน ทำให้คนที่เข้าห้องได้มีเฉพาะคนที่รู้รหัสผ่านเท่านั้น

ภาพ: ประตูบ้านที่ใช้ประตูที่ทำจากไม้จริง
ภาพ: ประตูบ้านที่ใช้ประตูที่ทำจากไม้จริง

สรุป

ก่อนการเลือกประตูบ้านควรศึกษาถึงวัสดุและลักษณะของประตู เพื่อนำไปติดตั้งให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งประตูแต่ละประเภทมีจุดเด่นและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น ประตูuPVC เหมาะสำหรับห้องน้ำเพราะกันความชื้นได้ แต่ไม่เหมาะกับห้องนอนเพราะไม่แข็งแรงทนทาน เป็นต้น

สำหรับใครที่กำลังสนใจในการตกแต่งบ้าน ทาง NocNoc.com ได้รวบรวมไอเดียและของตกแต่งบ้านคุณภาพดี มีให้เลือกหลากหลาย โดยภายในเว็บคุณสามารถเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติสินค้าได้ด้วย ทำให้ประหยัดทั้งเงินและเวลาในการเลือกสินค้า ซึ่งหากใครสนใจอย่าลืมเข้าไปที่ NocNoc.com เพราะเราพร้อมเป็นตัวช่วยเปลี่ยนความฝันเรื่องบ้านให้เป็นความจริง!

แต่งบ้านได้สุดอย่างฝัน ที่ NocNoc.com

บทความที่เกี่ยวข้อง