• House Keeping

  • Tips&Tricks

  • Knowledge

7 เทคนิคเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นให้มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า

  • โดย NocNoc Writer

  • 518

ในปัจจุบันการทำความสะอาดบ้าน ถือเป็นสิ่งที่ง่ายและสะดวกขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่เข้ามาอำนวยความสะดวก ให้เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านทำความสะอาดบ้านได้เพียงปลายนิ้ว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่แบบยุค 5G โดยหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เป็นดั่งแม่บ้านคนเก่ง ทำหน้าที่ทำความสะอาดพื้นบ้านให้สะอาดหมดจด ไม่เหลือแม้กระทั่งฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยแทบไม่ต้องออกแรง

โดยวันนี้ NocNoc.com มีเทคนิคดี ๆ สำหรับการเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาฝากพ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่กันด้วย เพื่อให้ได้ใช้งานหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านที่มีประสิทธิภาพ พร้อมอำนวยความสะดวกให้บ้านสะอาดอยู่เสมอ!

7 เทคนิคการเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ

1. อยากให้บ้านสะอาดทุกซอกทุกมุม ต้องมีระบบทำความสะอาดเฉพาะทาง ที่ทำงานได้เต็ม 100%

ภาพ: การทำงานของหุ่นยนต์ทำความสะอาด

สำหรับพ่อบ้านแม่บ้านที่ต้องการเลือกซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเพื่อใช้ทำความสะอาด เพื่อให้ได้บ้านที่สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม หมดกังวลเรื่องฝุ่นละอองที่ยังหลงเหลือ เราแนะนำให้มองหาหุ่นยนต์ที่มีระบบการทำความสะอาดดังต่อไปนี้ 

 

  • ระบบการทำงานของแปรงคู่ตรงกลางเครื่อง ที่หมุนเข้าหากัน ช่วยเก็บฝุ่นเข้าช่องดูดได้หมดจด ต่างจากแปรงเดียวที่ฝุ่นจะสามารถกระเด็นออกไป เพราะไม่มีตัวแปรงที่ช่วยกันทำงาน
  • ขนาดของช่องดูดฝุ่นต้องกว้างพอที่จะสามารถช่วยดูดขยะและสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ เช่น น็อต ตะปู เศษอาหารแห้ง หรือขนของเจ้าสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้อย่างหมดจด
  • มอเตอร์ที่มีแรงดูดเพียงพอ จะดูดทั้งฝุ่นละเอียดขนาดเล็กที่มองไม่เห็น ไปจนถึงสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ ช่วยให้บ้านสะอาดโดยไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยเลย เพราะถ้ามอเตอร์มีแรงดูดน้อยเกินไป หุ่นยนต์ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ และทิ้งสิ่งสกปรกเอาไว้ให้ต้องมาทำความสะอาดอีกรอบ

2. พื้นพรมที่ทำความสะอาดยาก จัดการได้ง่ายๆ ด้วยระบบเพิ่มแรงดูดอัตโนมัติ

ภาพ: การดูดฝุ่นบนพรม

หากบ้านไหนที่ปูพรม จะทราบดีว่าพรมเป็นพื้นที่ที่ทำความสะอาดได้ค่อนข้างยาก หุ่นยนต์ดูดฝุ่นบางรุ่นอาจจะไม่มีแรงดูดมากพอที่จะดูดสิ่งสกปรกและฝุ่นออกมาจากตัวพรม หรือบางรุ่นอาจไม่สามารถขึ้นพรมได้เลย ดังนั้นการเลือกหุ่นยนต์ที่มีระบบเพิ่มแรงดูดอัตโนมัติเมื่อขึ้นพรม จะช่วยเก็บฝุ่นบนพรมได้ดีขึ้น และยิ่งบ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยงแล้วเจอกับปัญหาขนสัตว์ติดพรมเป็นประจำ ระบบนี้ก็จะสามารถจัดการขนสัตว์บนพรมให้คุณได้ทุกวัน

3. มีระบบเซ็นเซอร์ที่แม่นยำ เพื่อช่วยให้การทำงานและการทำความสะอาดดียิ่งขึ้น

ภาพ: การทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

หากบ้านไหนเจอปัญหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถซอกซอนเข้าไปทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง อีกหนึ่งเทคนิคที่ต้องนำไปเลือกซื้อ คือ เช็คระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่แม่นยำ และการทำงานที่ตอบโจทย์ลักษณะของบ้านและไลฟ์สไตล์ของคนในครอบครัว เพื่อให้ทำความสะอาดในทุกซอกทุกมุม โดยสามารถดูเซ็นเซอร์ที่จำเป็นได้ดังต่อไปนี้

 

  • เซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละออง ทำให้หุ่นยนต์เน้นการทำความสะอาดในบริเวณที่มีฝุ่นเยอะ และจะดูดซ้ำจนกว่าจะสะอาด ต่างจากหุ่นยนต์ที่ไม่มีเซ็นเซอร์ ที่ทำได้เพียงแค่เคลื่อนตัวไปตามทางเท่านั้น อาจทำให้หุ่นยนต์ไม่กลับมาทำความสะอาดจุดที่ยังมีฝุ่นหลงเหลืออยู่
  • เซ็นเซอร์กันตกจากที่สูง ช่วยป้องกันการพลัดตกลงจากที่สูง โดยเซ็นเซอร์จะตรวจจับบันได ระเบียง หรือพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ อีกทั้งยังสามารถบันทึกข้อมูลไว้สร้างแผนที่สำหรับการทำงานครั้งต่อไปได้ หมดกังวลเรื่องความเสียหาย ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
  • ระบบชะลอก่อนชน ทำหน้าที่ตรวจเช็คและเข้าไปทำความสะอาดในจุดบอดต่าง ๆ เช่น บริเวณใต้ผ้าม่าน ใต้เตียงที่มีผ้าคลุม หรือช่องแคบใต้เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ หากไม่มีเซ็นเซอร์ เมื่อหุ่นยนต์เจอสิ่งกีดขวางก็จะหันหลังกลับ ทำให้บ้านยังคงหลงเหลือสิ่งสกปรกในบริเวณจุดบอดของบ้าน 
  • ระบบกลับแท่นชาร์จเองได้ หรือหากยังทำงานไม่ครบพื้นที่ ก็ออกมาทำความสะอาดต่อเองได้ รวมถึงระบบตัดไฟแท่นชาร์จอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้ว ทั้งเป็นการประหยัดไฟ รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงานด้วย

4. มีเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค Digital

ภาพ: หุ่นยนต์ที่มีระบบ AI คุณภาพดี

อีกสิ่งสำคัญของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะบ้านที่มีหลายชั้น หลายห้อง หรือมีลักษณะพื้นผิวแต่ละห้องที่แตกต่าง การเลือกหุ่นยนต์ที่มีระบบประมวลผล AI อย่างชาญฉลาด จะช่วยให้บันทึกพื้นที่บ้านได้หลายแผนที่ รวมถึงสามารถเรียนรู้และพัฒนารูปแบบการทำความสะอาดได้เอง แม้จะมีการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ก็ตาม นอกจากนี้ยังควรมีระบบจำกัดพื้นที่การทำความสะอาด เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้หุ่นยนต์เข้าถึง ทำให้คุณสามารถวางแผนการทำงาน เลือกห้อง และตั้งตารางการทำความสะอาดได้ทั้งสัปดาห์

ภาพ: การสั่งการผ่านสมาร์ตโฟน

นอกจากนี้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่สั่งการและควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟน ยังทำให้พ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่สามารถสั่งการทำงานของหุ่นยนต์ได้ผ่านปลายนิ้ว แม้จะไม่อยู่บ้านก็สามารถสั่งการให้หุ่นยนต์ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา เหมือนมีผู้ช่วยอยู่ติดบ้านพร้อมจะทำความสะอาดพื้นให้คุณอยู่เสมอ

5. มีระบบการจัดการขยะที่สะดวก และดูแลรักษาง่าย เพื่อช่วยลดการทำงานของผู้ใช้

ภาพ: ถุงเก็บขยะในแท่นจาก iRobot Roomba i7+

การเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ทำความสะอาดตัวเครื่องได้ง่าย จะช่วยสร้างความสะดวกสบายให้พ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่มากยิ่งขึ้น สามารถเอาเวลาว่าง ๆ ไปพักผ่อนหย่อนใจ เพราะวิธีการทำความสะอาดและดูแลรักษาดูจากถังขยะ ฟิลเตอร์กรองฝุ่น และตัวแท่นเป็นหลัก

  • ตัวถังขยะต้องสามารถถอดออกจากเครื่อง เพื่อนำมาล้างทำความสะอาดได้ ช่วยลดปัญหาเรื่องสิ่งสกปรกตกค้าง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสะอาดให้กับหุ่นยนต์มากยิ่งขึ้น
  • ฟิลเตอร์กรองได้ทั้งฝุ่นหยาบ และฝุ่นละเอียดที่มีอนุภาคขนาดเล็ก เพื่อให้กรองฝุ่นได้ละเอียดมากที่สุด ซึ่งช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ในบ้านได้ เพราะหากฟิลเตอร์ของหุ่นยนต์ไม่มีคุณภาพ เวลาหุ่นยนต์ทำงาน อาจจะทำให้ฝุ่นหลุดลอดออกมาและฟุ้งกระจายอยู่ในบ้านอยู่ดี 

แท่นกำจัดขยะอัตโนมัติที่นำขยะออกมาจากตัวถังหุ่นยนต์ได้ โดยที่คุณไม่ต้องแกะขยะออกจากตัวเครื่อง เพื่อลดโอกาสในการสัมผัสกับฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรคต่าง ๆ รวมถึงการมีถุงแบบปิดล็อก จะช่วยป้องกันการฟุ้งกระจายของสิ่งสกปรกให้อยู่เพียงภายในแท่น และช่วยแก้ปัญหาฝุ่นกระจายจากการที่จะต้องเทขยะออกจากตัวเครื่อง รวมถึงตัวถุงเก็บขยะควรจะต้องมีความจุเยอะมากพอ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องนำไปทิ้งบ่อยๆ

6. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแบรนด์

ภาพ: หุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้าน

การเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ก็เป็นอีกเทคนิคที่ทำให้ได้หุ่นยนต์ที่มีคุณภาพ โดยควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งมีการยอมรับหรือได้รับความนิยมทั่วโลกยิ่งทำให้เรามั่นใจได้มากขึ้ นอกจากนี้อย่าลืมดูในเรื่องของวัสดุที่ใช้ว่าควรมีความทนทานและแข็งแรง ไม่เสี่ยงกับการชำรุดง่าย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดจะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในระยะยาวมากที่สุดให้กับบ้านที่แสนรักของเรา

7. การบริการหลังการขาย

ภาพ: การให้บริการหลังการขาย

แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภทมีโอกาสชำรุดได้เสมอ การเลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่มีมาตรฐาน ยิ่งถ้ามีบริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองจากผู้ผลิต จะยิ่งทำให้เราสบายใจได้ว่าหุ่นยนต์ของเราจะได้รับการดูแลและซ่อมแซมได้ถูกจุด นอกจากนี้ควรดูเรื่องช่องทางการติดต่อของศูนย์บริการหลังการขาย เพราะหากเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัย เราควรจะสามารถติดต่อเข้าไปได้ตลอดเวลา เพื่อขอคำปรึกษาและแนะนำวิธีการใช้งานได้อย่างถูกวิธี

จาก 7 เทคนิคในการเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่น NocNoc.com อยากขอแนะนำหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่น Roomba I7+ จากร้าน iRobot ที่สามารถตอบโจทย์ได้ครบทุกข้อ พร้อมนวัตกรรมฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ จนต้องยกให้เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่จะมาเปลี่ยนวิธีทำความสะอาดบ้านของคุณไปตลอดกาล

ตอบโจทย์ทุกความต้องการกับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot Thailand รุ่น Roomba I7+

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น iRobot รุ่น Roomba i7+ นับเป็นหุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพด้านการดูดฝุ่นอย่างครบครัน หนึ่งในองค์ประกอบหลักที่สำคัญ คือ มีแท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ หรือ Clean Base ที่ทำให้หุ่นยนต์สามารถกำจัดขยะออกจากตัวเครื่องได้เอง และมายังตัวแท่นที่สามารถจุขยะได้ถึง 30 เท่าของตัวหุ่นยนต์ ทำให้ไม่ต้องเคลียร์ฝุ่นได้ไปนานหลายเดือน

รวมถึงมีโปรแกรม Imprint Smart Mapping ที่มีระบบการจดจำพื้นที่ในการทำงาน และปรับการทำงานให้เข้ากับพื้นที่มากที่สุด สามารถสั่งการให้ทำงานเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการ หรือควบคุมพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้ทำงานได้ผ่าน Application ของ iRobot ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านยุค 5G ให้วางแผนการทำงานบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่าน Smart Phone ที่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roomba i7+ ยังออกแบบมาให้มีพลังแรงดูดสูง 10 เท่า พร้อมการทำงานแบบ 3 Steps ปัด – ตัก – ดูด ที่มาพร้อมระบบการทำงานของแปรงยางคู่ใต้เครื่อง ที่ช่วยกันทำงานเหมือนช้อนกับส้อมที่หมุนเข้าหากัน ช่วยตักฝุ่นเข้าช่องดูดได้หมดจด ต่างจากแปรงเดียวที่ฝุ่นจะสามารถกระเด็นออกไป เพราะไม่มีตัวแปรงที่ช่วยกันทำงาน

เพิ่มประสิทธิภาพให้ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก อีกทั้งยังมี Dirt Detect ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละออง สั่งการให้หุ่นยนต์ทำความสะอาดซ้ำได้อัตโนมัติ หากตรวจเจอพื้นที่ที่มีสิ่งสกปรกเยอะมาก เพื่อดูดฝุ่นจนกว่าพื้นที่นั้นจะสะอาดหมดจดไร้สิ่งสกปรกตกค้าง ไม่ว่าจะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เด็กเล็ก ผู้ใหญ่ก็หมดกังวลกับเรื่องฝุ่นละออง แถมยังได้สูดอากาศที่สะอาดในบ้านได้แบบง่าย ๆ ด้วยฟิลเตอร์กรองฝุ่นประสิทธิภาพสูงที่กรองได้ละเอียดถึง 10 ไมครอน

ด้วย iRobot เป็นแบรนด์หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอันดับ 1 ที่มีการพัฒนามาต่อเนื่องกว่า 30 ปี โดยประเทศสหรัฐอเมริกา และมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงมีจำหน่ายในประเทศไทยมาแล้วกว่า 10 ปี จึงมั่นใจได้ว่าระบบของหุ่นยนต์จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงระบบเทคโนโลยีเสริมต่าง ๆ ที่มีความแม่นยำและช่วยเรื่องการทำความสะอาดบ้านได้เป็นอย่างดี ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่คุ้มค่าแก่การลงทุนในระยะยาว

หากพ่อบ้านแม่บ้านคนไหนที่ต้องการทำความสะอาดพื้นด้วยการถูเพิ่มเติม หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roomba i7+ ก็สามารถทำงานร่วมกันกับหุ่นยนต์ถูพื้นของ iRobot อย่างรุ่น Braava jet m6 ได้อย่างดีอีกด้วย โดยหุ่นยนต์ทั้ง 2 เครื่องจะทำงานกันเป็นทีมผ่านระบบที่ตั้งค่าให้ถูพื้นอัตโนมัติเมื่อมีการดูดฝุ่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งลักษณะการทำงานแบบนี้ ได้รับการคิดค้นมาจากทีมวิศวกรของ iRobot ที่ออกแบบหุ่นยนต์ให้เลียนแบบพฤติกรรมการทำความสะอาดบ้านของมนุษย์ ที่จะต้องกวาดพื้นหรือดูดฝุ่นให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงตามด้วยการถูพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคราบฝุ่นบนพื้นที่เปียก เป็นวิธีการทำความสะอาดบ้านแบบมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

คุณสมบัติเด่นของ iRobot Roomba i7+

  • เชื่อมต่อ Wi-fi เพื่อสั่งงานผ่านแอปพลิเคชั่นจากนอกบ้าน
  • มาพร้อมกับแปรงยางคู่ และฟิลเตอร์กรองฝุ่นละเอียด 10 ไมครอน
  • มีรูปแบบการทำงานเป็นแพทเทิร์น ตั้งเวลาและเลือกห้องที่ต้องการทำความสะอาดได้
  • มีแท่นกำจัดขยะอัตโนมัติ ที่ดูดขยะออกจากตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นไปเก็บไว้ในถุงปิดล็อกได้ด้วยตัวเอง
  • Imprint Smart Mapping ที่สร้างแผนที่การทำงานได้สูงสุด 10 แผนที่
  • สามารถกลับแท่นชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด และกลับไปทำงานต่อเองได้เมื่อแบตเตอรี่ที่ชาร์จเพิ่มถูกคำนวณแล้วว่าเพียงพอกับพื้นที่ที่เหลือ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น นับเป็นผู้ช่วยคนเก่งที่ช่วยทำความสะอาดบ้านได้อย่างล้ำลึก โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่แตกต่างจากอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านรุ่นเก่า ซึ่งช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ของผู้ใช้งานในปัจจุบันที่ต้องการประหยัดแรง ประหยัดเวลา พร้อมต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย หากสนใจหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านสามารถเข้าไปชมสินค้าจาก iRobot เพื่อเข้าไปหาผู้ช่วยทำความสะอาดบ้านเครื่องใหม่ และกลายเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่จะมาเปลี่ยนวิธีทำความสะอาดบ้านของคุณไปตลอดกาล จนคุณจะลืมไปเลยว่าการทำความสะอาดพื้นบ้านเองนั้นเป็นยังไง

บทความที่เกี่ยวข้อง