• Knowledge

10 เคล็ดลับทำความสะอาดพรมให้น่าใช้งานเหมือนใหม่

  • โดย NocNoc Writer

  • 2.3K

พรมเป็นวัสดุแต่งบ้านอีกชิ้นหนึ่งที่สร้างความสวยงามให้กับบ้านได้ไม่น้อย แต่นอกจากความสวยงามแล้ว พรมปูพื้น ก็ยังเป็นวัสดุที่ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก เพราะไม่เช่นนั้น จะเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรก และคราบฝังลึกที่ทำให้เกิดภาพที่ไม่น่าดูได้ วันนี้ NocNoc.com จึงมี 10 เคล็ดลับทำความสะอาดพรมให้น่าใช้งานเหมือนใหม่ มาแนะนำทุกคนกัน รับรองว่าง่ายกว่าที่คิดแน่นอน!

10 เคล็ดลับง่าย ๆ ทำความสะอาดพรม

1. คราบใหม่ห้ามถูแรง

เนื่องจากพรมเป็นของตกแต่งบ้านที่เป็นรอยเปื้อนง่ายมากและไม่ถูกกับของเหลวเป็นอย่างยิ่ง หากมีของเหลว เช่น น้ำ ชา กาแฟ หกลงบนก็ทำให้เกิดคราบสกปรกเป็นจุด ๆ ไม่น่ามองได้ หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นควรรีบใช้ผ้าแห้งซับน้ำออกทันที ไม่ควรเช็ดหรือถูแรง ๆ เพราะจะทำให้รอยขยายตัวใหญ่ขึ้น จากนั้นจึงใช้น้ำยาทำความสะอาดพรมทำความสะอาดต่อไป

2. เกลือช่วยกำจัดคราบอาหาร

คราบอาหารเป็นอีกหนึ่งคราบสกปรกที่ทำความสะอาดออกได้ยากมาก หากมีอาหารที่ไม่ใช่คราบหนัก เช่น น้ำผลไม้หรือน้ำซุป หกลงบนพรมก็สามารถทำความสะอาดได้เพียงใช้เกลือหรือผงซักฟอกโรยลงบนคราบดังกล่าว หลังจากทิ้งไว้สักครู่ก็ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ เช็ดออกได้เลย หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการปูพรมในห้องรับประทานอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงคราบหนักที่อาจเกิดขึ้นได้

3. น้ำส้มสายชูกำจัดกลิ่น

กลิ่นไม่พึงประสงค์กำจัดออกได้ง่าย ๆ ด้วยน้ำส้มสายชูซึ่งหาได้ง่ายภายในบ้าน เพียงนำน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าด้วยอัตราส่วน 1:2 ลงในขวดสเปรย์และฉีดพ่นลงในส่วนที่มีกลิ่นเหม็น จากนั้นนำผ้าค่อย ๆ ซับออก แต่อย่างไรก็ตามน้ำส้มสายชูเหมาะสำหรับทำความสะอาดคราบสกปรกเล็ก ๆ เท่านั้นเพื่อป้องกันกลิ่นน้ำส้มสายชูไม่ให้อยู่บนพรมมากจนเกินไป

4. เบกกิ้งโซดาสารพัดประโยชน์

เมื่อพูดถึงน้ำส้มสายชูไปแล้วอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ “เบกกิ้งโซดา” หรือผงฟู ของใช้ในบ้านที่ช่วยทำความสะอาดในหลายสถานการณ์ วิธีง่าย ๆ คือ หลังจากซับคราบน้ำหรือคราบสกปรกบนพรมออกไปให้ได้มากที่สุดแล้ว จากนั้นโรยเบกกิ้งโซดาลงบนคราบสกปรกดังกล่าวแล้วทิ้งไว้ 30 นาที แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดส่วนที่เหลือก็เป็นที่เรียบร้อย

5. แก้รอยกดทับบนพรมด้วยน้ำแข็ง

เนื่องจากพรมส่วนมากผลิตจากเส้นใยที่มีความนุ่มและฟูจึงค่อนข้างบอบบางหากวางโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ไว้บนพรมเป็นเวลานานจึงทำให้เกิดรอยยุบที่ส่งผลให้พรมเสียหายได้ ซึ่งปัญหานี้แก้ไขได้ง่าย ๆ เพียงนำก้อนน้ำแข็งไปวางไว้บนรอยยุบแล้วรอให้น้ำแข็งละลายจนหมด รอจนพรมแห้งส่วนที่ยุบลงไปก็จะฟูกลับขึ้นมาดังเดิม

6. น้ำแข็งกำจัดคราบเหนียว

อีกหนึ่งปัญหาที่ใช้น้ำแข็งจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพคือปัญหาหมากฝรั่งหรือคราบเหนียวอื่น ๆ เกาะติดพรมซึ่งทำความสะอาดได้ยาก โดยคราบสกปรกในลักษณะนี้แก้ได้ด้วยการวางน้ำแข็งเพื่อให้คราบแข็งตัวและหลุดออกได้ง่ายนั่นเอง

 

7. ปกป้องพรมจากแสงแดด

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้พรมมีสีซีดจางอย่างรวดเร็วคือแสงแดดและความร้อน ดังนั้นไม่ควรปูไว้ในพื้นที่กลางแจ้งหรือพื้นที่ที่แดดส่องถึงโดยตรง จึงควรปูพรมในที่ร่มหรือภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นก็จะช่วยให้ดูแลรักษาได้ง่ายกว่านอกบ้าน

8. ดูดฝุ่นพรมเป็นประจำ

เนื่องจากพรมส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุที่กักเก็บฝุ่น สิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้และโรคอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อคนในบ้านได้ จึงควรดูดฝุ่นพรมเป็นประจำทุกวันหรือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือเลือกใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นซึ่งทำงานโดยอัตโนมัติก็เป็น วิธีทำความสะอาดพรม ขั้นแรกที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรก และยังช่วยยับยั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

9. หมั่นซักพรมอยู่เสมอ

อีกหนึ่งวิธีทําความสะอาดพรมบ้าน โดยเฉพาะพรมเช็ดเท้าขนาดเล็กที่สามารถทำความสะอาดด้วยตนเองได้ ควรสะบัดฝุ่น และดูดฝุ่นออกให้หมดก่อนนำไปซักในเครื่องซักผ้า โดยเลือกใช้โปรแกรมซักแบบถนอมผ้าเพื่อถนอมเส้นใยและลายถักทอไม่ให้เสียหาย และซักด้วยน้ำอุ่นที่อุณหภูมิไม่เกิน 40 องศา เนื่องจากน้ำอุ่นจะช่วยให้คราบสกปรกหลุดออกได้ง่ายกว่า แต่หากร้อนเกินไปก็จะทำให้สีพรมซีดจางเร็วขึ้น หลังจากซักแล้วก็ทำไปตากในที่มีอากาศถ่ายเทก็เป็นที่เรียบร้อย

 

10. ใช้บริการซักพรมโดยมืออาชีพ

สำหรับพรมขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าหรือซักด้วยตนเองได้ ควรใช้บริการซักพรม โดยผู้ให้บริการซักพรมมืออาชีพ เนื่องจากผู้ให้บริการเหล่านี้มักมีเครื่องมือที่ทันสมัยและเทคโนโลยีที่ช่วยทำความสะอาดได้หมดจด รวมไปถึงทำความสะอาดเชื้อรา และกำจัดเชื้อโรคในพรมได้อีกด้วย

พรมถือเป็นของตกแต่งบ้านอีกหนึ่งชนิดที่ช่วยสร้างความสวยงามให้กับบ้านได้เป็นอย่างมากอีกทั้งยังนุ่มสบายเท้า ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนทำความสะอาดได้ยากแต่ด้วย 10 เคล็ดลับทำความสะอาดพรมให้น่าใช้งานเหมือนใหม่นั้นก็จะช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นช่วยป้องกันความสกปรกและเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย

นอกจากพรมปูพื้นแล้วการตกแต่งห้องด้วยวัสดุปูพื้นและวอลเปเปอร์ก็ยังช่วยให้บ้านมีเอกลักษณ์น่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น ใครที่มองหาของแต่งบ้านราคาประหยัดคุณภาพอัดแน่น คลิกเข้าไปได้เลยที่ NocNoc.com รับรองได้เลยว่ามีไอเดียและของแต่งบ้านในฝันรออยู่อีกเพียบด้วยราคาที่ทุกคนไม่ควรพลาด!

บทความที่เกี่ยวข้อง