• Idea&Inspiration

5 ข้อควรรู้ก่อนซื้อพรม พร้อม 10 ลิสต์พรมปูพื้นห้ามพลาด

  • โดย NocNoc Writer

  • 1.6K

พรมปูพื้น เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อบรรยากาศในห้อง หลายคนอาจเข้าใจว่าพรมแต่ละผืนคงมีคุณสมบัติไม่ต่างกันมากนัก หากจะเลือกซื้อพรมสักผืนดูแค่สีสัน ลวดลาย และสัมผัสที่ถูกใจก็คงเพียงพอแล้ว 

แต่ช้าก่อน! เพราะไม่ว่าคุณกำลังจะเลือกพรมเพื่อนำไปปูแบบเต็มห้องหรือแค่มุมใดมุมหนึ่งของห้อง ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องใช้เป็นปัจจัยในการเลือกซื้อ เพื่อให้ได้พรมที่ทั้งสวยและทนทาน เหมาะสมกับการใช้งานและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป 

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อพรมมีดังต่อไปนี้

1.รู้จักวัสดุสำหรับพรมปูพื้นแต่ละชนิด

สิ่งแรกที่คุณควรทำความรู้จักก่อนเลยก็คือ พรมนั้นผลิตจากวัสดุหลากหลายชนิด โดยวัสดุแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกพรมปูพื้นจึงควรเริ่มต้นจากความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติพื้นฐานของวัสดุแต่ละชนิดเป็นอันดับแรก

ขนสัตว์ (Wool)

พรมขนสัตว์ส่วนใหญ่มักผลิตจากขนวัว ขนแกะ หรือขนแพะ ซึ่งให้สัมผัสนุ่มละมุนโดยธรรมชาติและช่วยสร้างบรรยากาศหรูหรามีระดับ แต่แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับราคาที่ค่อนข้างสูงและต้องระมัดระวังในการใช้งาน เพราะพรมขนสัตว์ทำความสะอาดยาก ไม่ทนต่อสารเคมี และสีจะซีดลงหากโดนแดด นอกจากนี้ยังมีโอกาสก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้อีกด้วย 

ไนลอน (Nylon)

ไนลอนเป็นพรมปูพื้นที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยพรมปูพื้นไนลอนเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เนื่องจากวัสดุประเภทนี้มีความแข็งแรงคงทน มีคุณสมบัติที่กันน้ำ ช่วยป้องกันเชื้อราและสารเคมี อีกทั้งยังดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย

ภาพ: พรมไนลอน จาก Kleentex

พอลิโพรไพลีน (PP)

สำหรับพอลิโพลีนเป็นเส้นใยพลาสติกที่มีความเหนียวและทนทานสูง มีคุณสมบัติสามารถทนความร้อนได้สูง พอลิโพลีนจึงเป็นพรมปูพื้นที่เหมาะกับวางไว้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน

ภาพ: พรมปูพื้น PP จาก Express Carpet & Decor

พอลิเอทิลีน (PE)

พอลิเอทิลีนเป็นเส้นใยพลาสติกอีกชนิดที่มีความทนทานพอประมาณ ป้องกันความชื้นได้  มีความยืดหยุ่นสูง แต่ทนความร้อนได้ไม่เท่า PP หลายครั้งเราจึงมักจะเห็นผู้ผลิตพรมนำเส้นใย PE และ PP มาผสมกันเพื่อให้แข็งแรงทนทานมากยิ่งขึ้น

ภาพ: พรมปูพื้น PE จาก Express Carpet & Decor

อะคริลิก (Acrylic)

อะคริลิกเป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายขนสัตว์แท้ คือให้สัมผัสที่นุ่ม หรูหรา แถมพรมอะคริลิกยังมีข้อดีคือราคาต่ำกว่าขนสัตว์แท้ และป้องกันความชื้น ป้องกันคราบสกปรกได้ดีกว่าพรมขนสัตว์แท้ แต่ไม่ทนทานเท่ากับใยสังเคราะห์แบบอื่น ๆ จึงเหมาะสำหรับปูในห้องนอนหรือพื้นที่ที่ใช้งานไม่มาก

1.6 ไมโครไฟเบอร์ (Microfiber)

ภาพ: พรมอะคริลิก จาก Express Carpet & Decor

ไมโครไฟเบอร์ (Microfiber)

ไมโครไฟเบอร์เป็นเส้นใยที่มีขนาดเล็ก ผลิตจากการผสมผสานระหว่าง โพลิเอสเตอร์ (Polyester) และโพลิอามายด์ (Polyamide) โดยเส้นใยที่ได้นั้นละเอียดกว่าเส้นใยที่ได้จากธรรมชาติถึง 10 เท่า จึงมีความนุ่มคล้ายขนสัตว์ ดูดซับน้ำและระบายอากาศได้ดี แถมยังดูแลง่าย ทนทานต่อการซักทำความสะอาด

ภาพ: พรมไมโครไฟเบอร์ จาก Express Carpet & Decor

2.คำนึงถึงการใช้งานพรมปูพื้น

เมื่อรู้จักวัสดุหลักที่ใช้ผลิตพรมแล้ว ก็มาพิจารณากันต่อว่า บริเวณที่คุณต้องการปูพรมนั้นเป็นห้องใดในบ้านและห้องนั้นเป็นพื้นที่ที่มีระดับการใช้งานมากน้อยแค่ไหน

2.1 ใช้งานหนัก

ส่วนใหญ่แล้วห้องที่ถูกใช้งานบ่อยมักจะเป็นห้องกินข้าว ห้องนั่งเล่น หรือโถงทางเดิน ที่มีคนเดินผ่านไปมาอยู่ตลอด จึงควรเลือกพรมที่มีความทนทานสูง มีคุณสมบัติในการป้องกันคราบสกปรก กันน้ำ และทำความสะอาดได้ไม่ยากอย่างไนลอนหรือพอลิโพรไพลีน ควรเป็นพรมขนสั้นเพื่อป้องกันการถูกกดทับจนเป็นรอย และทางที่ดีก็ควรเลือกพรมที่มีสีค่อนข้างเข้มหรือมีลวดลายในตัวเสียหน่อย เพื่อช่วยอำพรางคราบสกปรกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

หลักการนี้ยังใช้ได้สำหรับบ้านที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก และสำหรับห้องที่มักจะเปิดหน้าต่างหรือประตูไว้ทุกวันเป็นเวลานานหลายชั่วโมงด้วยเช่นกัน

2.2 ใช้งานน้อย

พื้นที่ห้องนอนมักจะเป็นจุดที่ไม่ได้มีการเดินไปมาบ่อย เพราะเป็นห้องที่เราใช้เวลาอยู่บนเตียงมากกว่า จึงสามารถใช้พรมขนสัตว์หรือพรมที่มีขนหนาเพื่อเพิ่มบรรยากาศผ่อนคลายได้ แต่ต้องอย่าลืมว่าพรมแบบนี้มักจะเก็บฝุ่นได้มาก จึงควรหมั่นดูดฝุ่นบ่อย ๆ โดยเฉพาะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง หรือผู้ที่ใช้เครื่องสำอางประเภทแป้งฝุ่นเป็นประจำ

ภาพ: พรมปูพื้นขนหนาสำหรับห้องนอน

3. นึกถึงบรรยากาศที่อยากได้

จบเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานแล้ว ก็ได้เวลาที่คุณจะหันมาสำรวจความต้องการในฝั่งของอารมณ์ความรู้สึกกันบ้าง ลองจินตนาการดูว่า คุณอยากให้ห้องนี้มีบรรยากาศแบบไหน

3.1 อบอุ่น ผ่อนคลาย

คนส่วนใหญ่อยากให้พื้นที่อย่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน มีบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ควรเลือกพรมที่มีขนหนานุ่ม สีละมุนไปจนถึงสีตุ่น ๆ จึงถูกเลือกให้ทำหน้าที่นี้อยู่บ่อย ๆ หลายคนปูพรมรอบเตียงในห้องนอน เพื่อให้ได้สัมผัสความอบอุ่นนุ่มสบายเท้าจากพรมเวลาลุกจากเตียงในตอนเช้า และก่อนล้มตัวลงนอนในยามค่ำคืน ขณะที่อีกหลายคนก็ใช้พรมแบบเดียวกันมาเพิ่มบรรยากาศเป็นกันเองบริเวณโซฟาในห้องนั่งเล่น

ภาพ: พรมหนานุ่มสำหรับปูรอบเตียง

ภาพ: พรมหนาสีละมุนเพิ่มความผ่อนคลาย

3.2 หรูหรา มีระดับ

หากต้องการเติมกลิ่นอายความหรูให้กับห้องเรียบ ๆ การใช้พรมคุณภาพดีที่มีลวดลายประณีตก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว หรือหากกลัวว่าจะดูเยอะไป พรมสีเข้มก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะสีเข้มของพรมจะขับเน้นให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสวยในห้องของคุณดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แต่มีข้อควรระวังคือ หากห้องของคุณมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก พรมสีเข้มอาจจะยิ่งทำให้ห้องดูแคบลงไปอีก แนะนำว่าให้เลือกพรมปูพื้นสีอ่อนเพื่อให้กลืนไปกับสีของผนัง จะทำให้ห้องดูโอ่อ่าและกว้างขวางขึ้น

ภาพ: พรมปูพื้นลายประณีตช่วยยกระดับความหรูให้ห้องนอน

ภาพ: พรมสีอ่อนช่วยให้พื้นที่เล็กดูกว้างขวางขึ้น

3.3 ทันสมัย มีสไตล์

ถ้าอยากให้บริเวณห้องดูเท่และมีสไตล์ ลองมองหาพรมขนสั้นลายเก๋ ๆ ที่ตรงกับรสนิยมความชอบของคุณดูสักผืน เพียงแค่นำมาปูเฉพาะจุด เช่น รอบโต๊ะทำงาน หรือเก้าอี้ในห้องรับแขก เท่านี้ก็ช่วยทำให้บรรยากาศในห้องดูมีมิติและสดชื่นขึ้นได้แล้ว โดยอาจจะเลือกวัสดุทางเลือกอย่างโพลิเอทิลีน ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่น แถมวิธีนี้ยังทำให้สามารถเปลี่ยนพรมได้บ่อยกว่าการปูพรมทั้งห้องอีกด้วย

ภาพ: พรมขนสั้นสไตล์นอร์ดิก จากโกลบอลเฮาส์

4. ขนาดพรมปูพื้นสำคัญไม่แพ้กับสไตล์

สำหรับขนาดของพรมเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและส่งเสริมการใช้งานภายในห้อง โดยเทคนิคการเลือกขนาดพรมควรเริ่มต้นจากการทราบตำแหน่งในการจัดวางและขนาดของเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้เกิดความสวยงามและสมดุลกับพื้นที่

4.1 พรมปูพื้นขนาดใหญ่ (เต็มพื้นที่)

พรมขนาดใหญ่เป็นพรมที่ใช้ในลักษณะเต็มพื้นที่ห้อง ปูพื้นให้เต็มขนาดของห้อง โดยการเลือกใช้พรมแบบนี้สามารถปรับใช้ได้ทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่น แต่ทั้งนี้ควรคำนึงถึงสไตล์ของห้องเป็นที่ตั้งด้วย นอกจากสไตล์แล้วการเลือกพรมขนาดใหญ่สำหรับห้องนอน มีข้อควรระวังคือสมดุลภายในห้อง หากเลือกใช้พรมเต็มพื้นที่อาจทำให้จัดการทำความสะอาดได้ยาก 

ข้อแนะนำสำหรับการเลือกพรมขนาดใหญ่ในห้องนอน เริ่มต้นจากคำนวณขนาดของเตียงนอน โดยเตียงขนาดเตียงใหญ่ควรเว้นพื้นที่เหลือด้านซ้ายและขวาด้านละ 45 เซนติเมตร แต่หากเตียงเป็นลักษณะเตียวเดี่ยวควรลดขนาดพรมลงเหลือด้านละ 30 เซนติเมตร ทั้งนี้ขนาดของพรมขึ้นอยู่กับขนาดห้องนอนด้วย

ภาพ: พรมปูพื้นขนาดเต็มพื้นที่

4.2 พรมปูพื้นขนาดกลาง (120x200 เซนติเมตร)

สำหรับพรมขนาดเป็นพรมที่เหมาะสำหรับพื้นที่อย่างห้องนั่งเล่นขนาดเล็กหรือคอนโด เนื่องจากขนาดที่ไม่ใหญ่เกินไปทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การจัดวางได้สะดวก อีกทั้งยังใช้พื้นที่ไม่มากอีกด้วย สำหรับตำแหน่งที่เหมาะของพรมขนาดคือ บริเวณหน้าโซฟา แต่ทั้งนี้มีข้อควรระวังอยู่ที่ความยาวของพรม ที่ควรพอดีกับความยาวโซฟาเพื่อให้ขนาดและความรู้สึกสมดุลไม่ขัดแย้งกัน

4.3 พรมปูพื้นขนาดเล็ก (60x40 เซนติเมตร)

ในส่วนของพรมปูพื้นขนาดเล็กเป็นพรมที่เหมาะสำหรับพื้นที่ใช้งานทำความสะอาด เช่น หน้าห้องน้ำหรือบริเวณประตูทางเข้าห้องต่าง ๆ โดยเคล็ดลับการเลือกพรมปูพื้นขนาดเล็กควรเลือกพรมที่มีสีเข้ม เนื่องจากพรมสีอ่อนจะเห็นความสกปรกได้ง่าย การเลือกใช้พรมสีเข้มจะช่วยอำพรางความสกปรก ทำให้บ้านดูสะอาดตามากยิ่งขึ้น

5. รู้จักทางเลือกแทนพรมปูพื้น

หากใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า พรมปูพื้นแบบทั่วไปอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับห้องของคุณ อย่าลืมว่าคุณสามารถเพิ่มสีสันให้ห้องด้วยเสื่อที่พัฒนามาเพื่อใช้แทนพรมได้เหมือนกัน ไม่ว่าเป็นเสื่อแทนพรมหรือเสื่อที่ทำจากเส้นใยพืช เช่น ต้นป่าน ต้นปอ หรือหญ้าทะเล ไปจนถึงเส้นใยสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติแปลกใหม่ บางชนิดมีส่วนผสมที่ป้องกันรังสี UV จากแสงแดดได้ด้วย จึงใช้งานได้ทั้งในและนอกอาคาร เพียงแต่จะไม่ได้ให้สัมผัสนุ่มเหมือนพรมเท่านั้นเอง

ภาพ: เสื่อ จาก Mat-r’

ภาพ: เสื่อ จาก Mat’r

ใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกพรมแบบไหนดี NocNoc.com จัดลิสต์ 10 พรมปูพื้นดีไซน์สวยเหมาะกับการแต่งบ้านมาให้ทุกคนแล้ว!

ลิสต์ 10 พรมปูพื้นจาก NocNoc.com

1. พรมปูพื้นขนแกะเทียม โมเดิร์น สีขาว

พรมขนแกะเทียมสไตล์โมเดิร์น สีขาว ขนาด 90×150 ซม. ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์คุณภาพสูง หนานุ่มเป็นพิเศษ เส้นใยเงางามไม่หลุดร่วง นุ่มสบายทุกสัมผัส ทำความสะอาดง่ายเพียงใช้เครื่องดูดฝุ่น เหมาะสำหรับวางตกแต่งบ้าน ร้านค้า วางบนเก้าอี้ รวมถึงใช้เป็นของประดับตกแต่งสำหรับถ่ายภาพสินค้า

2. พรมปูพื้นรุ่นซอฟตี้ (SOFTY) สีน้ำเงิน

พรมปูพื้นรุ่นซอฟตี้ (SOFTY) พรมสีพื้นสไตล์โมเดิร์นสีน้ำเงิน ผลิตจากเส้นใย PP และไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง เส้นใยมีความทนทานไม่หลุดร่วงง่าย สีสันสดใสไม่ซีจางง่าย มีจุดเด่นที่การดูดซับเสียง ปกป้องพื้นผิวและช่วยเพิ่มความหรูหราได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับใช้ในห้องรับแขก ห้องนอนรวมถึงห้องทำงาน

3. พรมรุ่นเคลลี่ (KELLY) สีเทา

อีกหนึ่งพรมสีพื้นกับพรมปูพื้นเคลลี่ (KELLY) สีเทา ขนาด 200×290 ซม. ผลิตจากเส้นใย Nylon Bright คุณภาพสูง ด้านหลังบุเฟลท์สีทอง เป็นมิตรและช่วยปกป้องพื้นผิวบ้าน เป็นพื้นพรมที่เน้นความเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหรา เหมาะสำหรับบ้านสไตล์ Modern Luxury 

4. พรมปูพื้นรุ่นชัฟเฟิล (SHUFFLE) สีเทา-ครีม

สำหรับใครที่ต้องการพรมที่มีลวดลายมากกว่าพรมสีพื้นเรียบ ๆ ทั่วไป พรมปูพื้นรุ่นชัฟเฟิล (SHUFFLE) สีเทา-ครีม พร้อมด้วยลวดลายกราฟิกทันสมัยที่เหมาะกับการตกแต่งหลายสไตล์ พรมมีขนาด 200×290 ซม. ผลิตจากเส้นใย Microset PP ขนสั้นหนาเพียง 11.5 มม. ลายเซาะร่องด้วยมือ ช่วยเพิ่มมิติมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงความนุ่มสบายไว้ได้เป็นอย่างดี

5. พรมปูพื้นรุ่นนูเบียน (NUBIAN) สีเบจ

ต่อมาเป็นพรมรุ่นนูเบียน (NUBIAN) สีเบจ มาพร้อมกับลวดลายใบไม้เป็นธรรมชาติขนาด 160×230 ซม. ผลิตจากเส้นใย PP Heatset ขนสั้นนุ่มสบายทำความสะอาดง่าย ช่วยเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นภายในห้อง เหมาะสำหรับใช้ในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ไปจนถึงห้องทำงาน ตกแต่งได้ทั้งสไตล์ Modern หรือ Contemporary

6. พรมปูพื้นรุ่นเพลย์ (PLAY) สีเบจ

สำหรับใครที่ชื่นชอบพื้นพรมที่มีลวดลายทันสมัยสไตล์โมเดิร์น แต่ยังคงไว้ซึ่งความมินิมอลด้วยสีเอิร์ธโทน ไม่ควรมองข้ามพรมปูพื้นรุ่นเพลย์ (PLAY) สีเบจ พรมเส้นใยไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง นุ่มและแน่นเป็นพิเศษช่วยเพิ่มความอบอุ่นนุ่มสบายทุกสัมผัส แถมยังช่วยดูดซับเสียงได้อีกด้วย ดูแลง่ายเพียงใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

7. พรมปูพื้น Charm รุ่น Granny Rug ทรงกลม

พรมปูพื้นไม่ได้จำกัดแค่ทรงสี่เหลี่ยมทั่วไปเท่านั้น เพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับบ้านของคุณด้วยของแต่งบ้านน่ารัก ๆ อย่าง พรมทรงกลม Charm รุ่น Granny Rug ขนนิ่มขนาด 100×100 ซม. มาพร้อมกับคุณสมบัติกันลื่น และเฉดสีน้ำตาลสไตล์วินเทจและลวดลายที่ไม่เหมือนใคร จึงใช้ได้ทั้งในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น

8. พรมปูพื้น Marihaus รุ่น Egg E Egg Egg

พรมรูปร่างธรรมดาอาจจะน่าเบื่อเกินไป เติมความมีชีวิตชีวาแบบไม่เหมือนใครให้กับบ้านของคุณด้วย พรมปูพื้น Marihaus รุ่น Egg E Egg Egg พรม Nordic Art สไตล์สแกนดิเนเวียนสุดน่ารัก ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ 100% ขนนุ่มพร้อมกันลื่นด้านหลัง ถักทออย่างพิถีพิถันหมดกังวลเรื่องขนพรมหลุดร่วง ทำความสะอาดง่ายได้ด้วยการดูดฝุ่นหรือซักตามปกติ

9. เสื่อแทนพรม Mat'r ลาย Jiju Stripes (Brown)

นอกจากพรมที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติหรือเส้นใยสังเคราะห์แล้ว การเลือกใช้เสื่อแทนพรมก็เป็นไอเดียที่ดีอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะกับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ สำหรับเสื่อแทนพรม Mat’r ลาย Jiju Stripes (Brown) ขนาด 150×240 ซม. โดยเสื่อแทนพรมมีจุดเด่นที่ไม่เก็บฝุ่น แต่ยังคงการออกแบบเหมือนกับพรมทั่วไป เหมาะสำหรับตกแต่งได้หลากหลายสไตล์หรือจะพกพาออกไปนอกสถานที่ก็ได้เช่นกัน

10. เสื่อทาทามิ Migusa Tatami สีเขียว

สุดท้ายเป็นทางเลือกใหม่ของของแต่งบ้านอย่างเสื่อทาทามิ Migusa Tatami สีเขียว ขนาด 83×83 ซม. ของแต่งบ้านอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่เก็บฝุ่น แข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับห้องนอนสไตล์ญี่ปุ่น ห้องนั่งเล่น ห้องโยคะ ห้องพระ ห้องนั่งสมาธิ ห้องอ่านหนังสือ ไปจนถึงห้องรับประทานอาหารสไตล์ญี่ปุ่น

สรุป

การเลือกพรมปูพื้น คุณควรเริ่มจากการทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของวัสดุหลักที่ใช้ผลิตพรมแต่ละชนิดก่อน เพื่อให้ตัดสินใจเลือกซื้อพรมได้เหมาะกับการใช้งานจริง ๆ และสร้างบรรยากาศในห้องได้ตามที่ต้องการ รวมถึงยังช่วยให้ทำความสะอาดพรมได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

นอกจากพรมแล้ว การเลือกวัสดุปูพื้นและวอลเปเปอร์ ก็มีส่วนในการสร้างบรรยากาศในห้องให้เป็นไปตามที่คุณต้องการเช่นกัน

ใครที่มองหาพรมปูพื้น และวัสดุตกแต่งบ้าน NocNoc.com ได้รวบรวมหลากหลายไอเดียในการแต่งบ้านไว้ให้คุณอย่างครบครัน นอกจากนี้ภายในเว็บยังมีสินค้าตกแต่งบ้านคุณภาพดี ช่วยให้คุณสามารถเปรียบเทียบคุณภาพและราคา ได้สินค้าที่ถูกใจในราคาที่คุ้มค่า เพราะเราพร้อมเป็นตัวช่วยเปลี่ยนความฝันเรื่องบ้านให้เป็นความจริง!

บทความที่เกี่ยวข้อง