• Others

  • Home repair

  • Knowledge

ทาสีไม้เก่าอย่างไรให้ติดทนนาน กับ 5 เคล็ดลับทาสีไม้ให้สวยเหมือนใหม่

  • โดย NocNoc Writer

  • 6.5K

 

Key Takeaways

  • การทาสีไม้เป็นงานช่างที่ต้องให้ความใส่ใจหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการทาสีไม้เก่าซึ่งมีพื้นผิวต่างจากไม้ใหม่ ๆ ทำให้ทาแล้วสีมีโอกาสหลุดล่อนได้ง่าย ทำให้เสียเวลาต้องทากันใหม่ทั้งหมด
  • การทาสีไม้เก่าจะต้องให้ความสำคัญตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการเตรียมพื้นผิวไม้ การใช้กระดาษทรายที่เหมาะสม ไปจนถึงการเลือกสีที่จะนำมาทา และปิดท้ายด้วยการเคลือบผิวให้สวยงามเพื่อความคงทน

 

การทาสีไม้เก่าไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ ประตูไม้ ไปจนถึงพื้นหรือผนังไม้ เป็นการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านชิ้นเก่าให้สวยงามน่าใช้อีกครั้ง แถมยังเป็นการยืดอายุการใช้งานให้กับวัสดุไม้ และหากใครอยากทาสีไม้ด้วยตัวเอง นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในกระเป๋าแล้ว ก็ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าทางใจให้กับเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย และเพื่อให้การทาสีไม้เก่าติดแน่นทนนานมากขึ้น NocNoc.com จึงมีเคล็ดลับและวิธีทาสีไม้เก่าให้ออกมาสวยเป๊ะเหมือนใหม่มาฝากทุกคนกัน!

 

5 เคล็ดลับทาสีไม้เก่าให้ติดแน่น สวยทน

1. ทำความสะอาดสีเดิม (ควรแยกประเภทสีเก่าที่อยู่บนไม้ เพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น)

ภาพ: การขูดสีเดิมออกจากผิวไม้

เริ่มต้นการทาสีไม้เก่าด้วยการทำความสะอาดสีเดิมออกจากพื้นผิวไม้เสียก่อน โดยควรพิจารณาชนิดสีเดิมที่ใช้ทาก่อน เพื่อให้ทำความสะอาดได้ถูกวิธี ทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวเนื้อไม้จะเสียหาย โดยแยกประเภทสีได้ดังนี้

1.1 สีทาไม้ทึบแสง สีทึบแสงเป็นได้ทั้งสีน้ำมันและสีอะคริลิก ลองใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์แล้วถูลงบนผิวไม้เก่า ถ้ามีสีติดขึ้นมาที่สำลีแปลว่าเป็นสีอะคริลิก แต่ถ้าไม่มีสีติดขึ้นมาแปลว่าเป็นสีน้ำมันนั่นเอง ควรใช้เกรียงขูดสีเดิมออกให้หมด เพื่อให้ทาสีใหม่ได้ติดทนมากขึ้น

1.2 สีทาไม้อะคริลิกชนิดน้ำ สีอะคริลิกชนิดน้ำหรือสี Water Base จะเป็นสีที่ไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนกับสีน้ำมัน สามารถใช้กระดาษทรายขัดออกให้หมดได้เลย

 

2. ใช้กระดาษทรายให้เหมาะสม

ภาพ: กระดาษทรายขนาดต่าง ๆ

นอกจากใช้เกรียงขูดสีเก่าออกแล้ว ควรใช้กระดาษทรายขัดสีเก่าออกให้หมดด้วยเช่นกัน โดยเลือกใช้กระดาษทรายที่ใช้สำหรับขัดไม้เท่านั้น ควรใช้กระดาษทรายละเอียดเบอร์ประมาณ 240-320 ขัดที่พื้นผิว เพื่อให้สีเดิมออกจากผิวไม้ให้ได้มากที่สุด เพราะหากเหลือสีเดิมอยู่เยอะ สีใหม่ที่ทาลงไปจะยึดเกาะได้น้อยลง

3. ทำความสะอาดพื้นผิวหลังขัดด้วยกระดาษทราย

ภาพ: ใช้กระดาษทรายขัดสีเก่า

หลังจากใช้กระดาษทรายขูดสีเก่าออกแล้ว จะมีฝุ่นผงหลงเหลือบนพื้นผิวไม้ ควรใช้ผ้าแห้งหรือแปรงปัดฝุ่นออกให้หมดก่อนจะเริ่มทาสีไม้เก่า หรือจะใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดฝุ่นออกแล้วปล่อยให้แห้งสนิทก็ได้เช่นกัน จะช่วยให้การทาสีไม้ติดแน่นมากยิ่งขึ้น

4. เลือกประเภทสีให้เหมาะสม

ภาพ: การใช้สีย้อมไม้

สีที่ใช้สำหรับการทาสีไม้เก่านั้นมีให้เลือกทั้งสีย้อมไม้ และสีทาไม้ โดยสีทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันที่ลักษณะเนื้อสี และคุณสมบัติอื่น ๆ โดยเลือกใช้ได้ตามการใช้งาน ดังนี้

ภาพ: สีย้อมไม้

4.1 สีย้อมไม้ หรือสีวูดสเตน (Wood Stain) มีลักษณะเป็นสีโปร่งใส เนื้อสีเหมือนกับฟิล์มเคลือบผิวไม้ มีคุณสมบัติช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับไม้ นิยมใช้ซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง โดยยังคงลวดลายไม้ไว้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยป้องกันความชื้นซึมเข้าเนื้อไม้ โดยไม่ต้องทาซ้ำบ่อย ๆ อีกด้วย

ภาพ: สีทาไม้

4.2 สีทาไม้ เป็นสีสำหรับทาปกปิดผิวเดิม เหมาะสำหรับการทาสีไม้เก่าที่ไม่ต้องการโชว์ลายไม้ โดยสีประเภทนี้มักมีกลิ่นฉุน และแห้งช้าต้องใช้เวลารอให้แห้งเพื่อทาสีรอบที่ 2 ค่อนข้างนาน แต่ก็เป็นสีที่ทนทานต่อสภาพอากาศ ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังช่วยป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำอีกด้วย

5. อย่าลืมทาน้ำยาเคลือบหลังทาสีเสร็จ

ภาพ: การทาน้ำยาเคลือบสีไม้

สุดท้ายเป็นการทาน้ำยาเคลือบสีไม้ เพื่อให้การทาสีไม้เก่านั้นติดแน่น และเป็นมันเงาสวยงามมากยิ่งขึ้น โดยหลังทาน้ำยาจะต้องปล่อยไว้ให้แห้งอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ก่อนจะใช้งานเฟอร์นิเจอร์ ประตู หรือผนังไม้ เพราะน้ำยาเคลือบไม้มีเนื้อเหนียวมาก หากไม่ปล่อยให้แห้งสนิท จะทำให้เกิดคราบสกปรกบนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นในบ้านได้

ได้รู้เคล็ดลับการทาสีไม้เก่ากันมากขึ้นแล้ว ตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว ไปจนถึงการทาน้ำยาเคลือบ ตาม NocNoc.com มาดูวิธีทาสีไม้เก่าเบื้องต้นที่จะช่วยให้สีติดแน่นทนนานกันได้เลย

วิธีทาสีไม้เก่าให้สวยงาม ติดแน่น ทนนาน

1. เตรียมพื้นผิว

ภาพ: ใช้กระดาษทรายขัดคราบสีเก่าบนไม้

1.1 สีเดิมลอกล่อน ถ้าสีพื้นผิวสีเดิมลอกล่อนเป็นแผ่น ควรใช้เกรียงขูดออกให้หมด ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะจะช่วยให้สีใหม่ที่จะทาลงไปนั้น เกาะติดได้ดียิ่งขึ้น เมื่อขูดสีเก่าออกไปหมดแล้ว ก็ใช้ผ้าแห้งหรือแปรงปัดฝุ่นออกให้หมด

1.2 พื้นผิวมีตะไคร่ เชื้อรา หากบนพื้นผิวไม้เดิมมีตะไคร่น้ำ เชื้อรา จะต้องใช้น้ำยากำจัดออกให้หมดเสียก่อน เพราะตะไคร่น้ำและเชื้อราสามารถเจริญเติบโตภายใต้สีที่ทาใหม่ได้ ดังนั้นหากทาสีไม้เก่าโดยไม่กำจัดตะไคร่และเชื้อราก่อน ก็จะเป็นการทาสีใหม่โดยเปล่าประโยชน์

2. ทาสีรองพื้น

ภาพ: การทาสีรองพื้น

ควรทาสีรองพื้นก่อนหนึ่งชั้น โดยควรเลือกใช้สีรองพื้นที่เป็นสีกันเชื้อรา เพื่อป้องกันเชื้อราที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงควรทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ก่อนทาสีรองพื้นลงบนไม้เก่าอีกด้วย เพื่อรักษาพื้นผิวและเนื้อไม้ภายในจากปลวก มอด หรือแมลงชนิดอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม้เสียหายจนเกินจะซ่อมแซม

3. ทาสีจริง

ภาพ: การทาสีจริงลงบนไม้

สุดท้ายเป็นขั้นตอนการทาสีจริงลงบนไม้เก่า โดยควรทาสีให้ทั่วก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 6-8 ชั่วโมง แล้วทาสีทับอีกรอบหนึ่ง เพื่อให้สีสันออกมาสดใสตามต้องการ และยังยึดเกาะได้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการลอกล่อนในอนาคต

เคล็ดลับการทาสีไม้เก่าและวิธีทาสีไม้เก่าที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะช่วยให้สีที่ทาใหม่ติดแน่น สวยทน ไม่ต้องกลัวลอกล่อน แต่อย่างไรก็ตามช่างทาสีมืออาชีพก็ถือเป็นตัวช่วยที่ช่วยประหยัดเวลาในการซ่อมแซมได้เป็นอย่างมาก สำหรับใครที่อยากรีโนเวทบ้านหรือทาสีบ้านกันใหม่อย่าลืมคลิกเข้ามาที่ NocNoc.com เราพร้อมให้บริการช่างทาสีและช่างผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน พร้อมด้วยอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านคุณภาพตามสไตล์ที่ทุกคนต้องการ เพื่อให้เราได้สร้างบ้านในฝันไปพร้อมกับทุกคน เคาะ จบ ทุกเรื่องบ้านที่ NocNoc.com