• Tips&Tricks

5 เคล็ดลับแต่งห้องนอนเด็ก เสริมพัฒนาการร่างกายและสมอง

  • โดย NocNoc Writer

  • 1.0K

5 เคล็ดลับแต่งห้องนอนเด็ก เสริมพัฒนาการร่างกายและสมอง

รู้ไหมว่าห้องนอนส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก? เด็กคือวัยแห่งการเรียนรู้ โดยการเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อม ทั้งการดูแลจากผู้ปกครองและเรียนรู้ด้วยตัวเองจากสถานที่รอบตัว ซึ่งผู้ปกครองสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กได้ ตั้งแต่การเริ่มหัดสอนบุตรหลานจนถึงการสร้างพื้นที่เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก

สำหรับการสร้างพื้นที่ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กภายในบ้าน ควรคำนึงถึงระยะเวลาในการใช้งานของเด็ก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวควรเป็นพื้นที่ซึ่งเด็กใช้เวลาเป็นระยะเวลานานอย่างเช่น ห้องนอน

การมีห้องนอนที่ดีจะช่วยกระตุ้นทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่เร็วขึ้น ห้องนอนเด็กจึงไม่ใช่แค่ห้องสำหรับพักผ่อนอีกต่อไป แต่ยังเป็นสถานที่ที่ช่วยส่งเสริมให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีมากขึ้น การแต่งห้องนอนเด็กที่ดีจึงเปรียบเสมือนการวางแบบแผนเพื่อให้ลูกน้อยของคุณมีการเจริญเติบโตที่ก้าวหน้าขึ้นด้วย

ความสำคัญของห้องนอนต่อเด็ก

เด็กคือวัยที่กำลังเจริญเติบโต ทุกการกระทำคือการเรียนรู้ ดังนั้นทุกพื้นที่ภายในบ้านจึงสำคัญ โดยเฉพาะห้องนอน เนื่องจากห้องนอนเป็นห้องที่เด็กใช้เวลาทำกิจกรรมตั้งแต่ตอนตื่นจนถึงเวลานอน ยิ่งบ้านไหนที่พื้นที่จำกัด ห้องนอนแทบจะกลายเป็นพื้นที่เดียวของเด็ก ดังนั้นสภาพแวดล้อมภายให้ห้องนอนจึงส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก หากสภาพแวดล้อมกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ พัฒนาการของเด็กก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ภาพ: ห้องนอนเด็ก
ภาพ: ห้องนอนเด็ก

จากความสำคัญข้างต้นจะเห็นได้ว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก โดยเคล็ดลับการแต่งห้องนอนเด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาการมีด้วยกัน 5 ข้อ ดังนี้

1.ขนาดของห้องกับพัฒนาการด้านร่างกาย

ห้องนอนเด็กที่เหมาะสมควรมีขนาดพื้นที่กว้างมากพอให้เด็กสามารถทำกิจกรรมต่างๆ (ตั้งแต่ 10 ตารางเมตรขึ้นไป) หรือมีพื้นให้เด็กออกกำลังกายเล็กน้อย เพื่อส่งเสริมพัฒนาทักษะทางด้านร่างกาย

แต่สำหรับบ้านที่มีขนาดห้องพื้นที่จำกัด การพัฒนาทักษะด้านร่างกายได้จากเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เด็กต้องออกกำลังเพื่อใช้งาน เช่น เตียงสองชั้น ที่เด็กต้องปีนบันไดเพื่อขึ้นไปนอน เป็นต้น

สำหรับข้อแนะนำเกี่ยวกับขนาดห้องคือ การเก็บกวาด โดยพฤติกรรมของเด็กจะชอบเล่นของเล่นกระจัดกระจาย การเลือกห้องนอนเด็กมีขนาดเล็กอาจทำให้การเก็บกวาดง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามห้องนอนเด็กที่แคบมีโอกาสส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ดังนั้นจึงควรคำนวณขนาดห้องนอนให้พอดีทั้งเรื่องการเก็บกวาดและพัฒนาการของเด็ก

ภาพ: ห้องนอนเด็กขนาดใหญ่
ภาพ: ห้องนอนเด็กขนาดใหญ่

2.ตำแหน่งของห้อง

การเลือกตำแหน่งของห้องนอนเด็ก ควรเลือกตำแหน่งที่อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก และมีแสงสว่างส่องถึงเพื่อไม่ให้ห้องมืดจนเกินไป ซึ่งห้องที่มีอากาศหมุนเวียนตลอด จะช่วยลดความเสี่ยงในการสะสมของฝุ่น ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก

ข้อแนะนำสำหรับตำแหน่งห้องนอนเด็กคือ แสงสว่างและความปลอดภัย แหล่งกำเนิดแสงสว่างของห้องนอนเด็กจะอยู่ที่หน้าต่าง แต่ทั้งนี้หน้าต่างอาจส่งผลอันตรายต่อเด็กได้ หากเด็กเล่นจนผลัดตกจากหน้าต่าง ดังนั้นจึงควรจัดตำแหน่งห้องนอนเด็กให้อยู่ชั้นหนึ่ง รวมถึงตำแหน่งเตียงนอนไม่ให้อยู่ใกล้หน้าต่างมากไปเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

ภาพ: ตำแหน่งห้องนอนที่มีแสงสว่างส่องถึง
ภาพ: ตำแหน่งห้องนอนที่มีแสงสว่างส่องถึง

3.สีสันกับพัฒนาการทางอารมณ์

การเลือกใช้สีภายในห้องนอนช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กตั้งแต่ทักษะการจดจำ การแยกสี จนไปถึงพัฒนาการทางด้านอารมณ์ โดยในแต่ละสีจะส่งผลต่ออารมณ์ของเด็กที่แตกต่างกันดังนี้

  • สีชมพู เป็นสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ส่งผลให้เด็กมีอารมณ์ที่สดใส ร่าเริง
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีชมพู
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีชมพู
  • สีเหลือง คือสีแห่งความเบิกบาน โดยให้ความรู้สึกสดใสและมีพลัง ช่วยกระตุ้นพลังงานทำให้เด็กทำกิจกรรมต่างๆมากขึ้น
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีเหลืองอ่อน
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีเหลืองอ่อน
  • สีฟ้า เป็นสีที่ให้อารมณ์ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย สงบ ช่วยให้เด็กอารมณ์เย็น ไม่ใจร้อน
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีฟ้า
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีฟ้า
  • สีเขียว ต้องเลือกจากโทนสี หากเป็นสีเขียวเข้มจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่หากเป็นสีเขียวอ่อนจะช่วยกระตุ้นพลังงานของเด็ก
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีเขียวอ่อน
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีเขียวอ่อน
  • สีส้ม เป็นสีที่ช่วยกระตุ้นการใช้ความคิด ทำให้เกิดความรู้สึกมีชีวิตชีวา อยากเรียนรู้ อยากปลดปล่อย
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีส้ม
ภาพ: ห้องนอนเด็กสีส้ม

ข้อแนะนำสำหรับการเลือกสีห้องเด็ก คือ การผสมผสานสี โดยสีห้องนอนเด็กไม่จำเป็นต้องไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ปกครองสามารถผสมผสานให้เกิดความรู้สึก อารมณ์ที่หลากหลายได้ ผ่านการเลือกใช้สีสามารถปรับใช้ได้ทั้งการทาสีผนัง การติดตั้งวอลเปอเปอร์จนถึงการเลือกใช้สีของเฟอร์นิเจอร์

4.การเลือกเฟอร์นิเจอร์

การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอนเด็กต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ตั้งแต่ความปลอดภัยต่อเด็กจนไปถึงรูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ โดยรายละเอียดในการเลือกเฟอร์นิเจอร์มีดังนี้

ความปลอดภัยต้องมาก่อน
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนเด็กควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ปลอดภัยคือ ไม่มีมุมที่แหลมคมหรือมีลักษณะที่โค้งมน ควรเลือกวัสดุที่ใช้เป็นยาง เพื่อป้องกันการถูกของมีคมบาด นอกจากนี้น้ำหนักของเฟอร์เจอร์ ไม่ควรมีน้ำหนักมากเกินไปเพื่อป้องกันการล้มทับเด็ก

ภาพ: เก้าอี้ OfficeIntrend  ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

ขนาดไม่ใหญ่เกินไป

การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก ควรคำนึงถึงส่วนสูงของเด็ก ทั้งในเรื่องการใช้งานและความปลอดภัย หากเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดสูงใหญ่มากเกินไป อาจทำให้เด็กต้องคอยเรียกผู้ใหญ่มาช่วยหยิบจับตลอด ดังนั้นการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดและส่วนสูงพอดี ช่วยทำให้เด็กสามารถหยิบจับสิ่งของได้ตามความต้องการ ทำให้เกิดพัฒนาทักษะทางร่างกายและความคิด

ภาพ: ชั้นวางของ P Style Furniture ขนาดพอดีกับห้องนอนเด็ก

รูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ต้องแตกต่าง

รูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนเด็กเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ โดยผู้ปกครองควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันและรูปทรงประหลาดตา เพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดจินตนาการ นอกจากสีสันและรูปทรง การติดภาพบนฝาผนังก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเสริมจินตนาการได้ หรือเลือกเฟอร์นิเจอร์รูปทรงเรขาคณิตเพื่อช่วยเรื่องทักษะการจำของเด็ก

ภาพ: เก้าอี้ Stool Utthayan รูปทรงแตกต่าง สีสันสดใส เสริมจินตนาการเด็ก

5.มุมการเรียนรู้ประจำห้อง

ในการแต่งห้องนอนเด็กสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การสร้างพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้โดยเฉพาะ เพื่อให้พัฒนาการของเด็กได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องผ่านพื้นที่เล่นภายในห้อง ทั้งจากการเล่นออกกำลังและฝึกทักษะกับของเล่น โดยมุมเรียนรู้สามารถแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ การพัฒนาการทักษะทางด้านร่างกาย กับการพัฒนาทักษะทางด้านสมอง โดยมีรายละเอียดดังนี้

มุมพัฒนาทักษะร่างกาย
สำหรับมุมพัฒนาทักษะร่างกาย คือมุมที่ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง โดยมุมนี้จะให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ออกกำลังเล็กๆน้อยๆภายในห้อง เช่น บ้านบอล, เต้นท์ขนาดเล็ก หรือ ของเล่นจำพวกตัวต่อ เป็นต้น

ข้อแนะนำสำหรับมุมพัฒนาทักษะร่างกาย คือ ความปลอดภัย เนื่องจากเด็กมักจะวิ่งเล่นจึงมีโอกาสที่หกล้มได้ ดังนั้นควรเลือกวัสดุปูพื้นสำหรับลดแรงกระแทก เพื่อป้องกันความปลอดภัย เช่น พื้นกระเบื้องยาง, กระเบื้องไวนิลหรือพื้นหญ้าเทียม เนื่องจากสามารถลดแรงกระแทกได้ไม่แตกหักเหมือนพื้นกระเบื้อง เป็นต้น

ภาพ: เต้นท์ขนาดเล็กสำหรับการพัฒนาทักษะร่างกาย
ภาพ: เต้นท์ขนาดเล็กสำหรับการพัฒนาทักษะร่างกาย

มุมพัฒนาทักษะทางสมอง<\p>

การพัฒนาทักษะทางสมอง สำหรับเด็กสามารถส่งเสริมได้หลายวิธี ตั้งแต่วิธีเรียบง่ายอย่างเช่น การมีโต๊ะหนังสือให้เด็กอ่านหนังสือ หรือ การพัฒนาสมองจากของเล่น อย่างเกมกระดาน คำศัพท์ รวมถึงการเสริมสร้างจินตนาการจากการขีดเขียนฝาผนัง เป็นต้น นอกจากนี้การพัฒนาทักษะสมองยังสามารถทำได้จากการฝึกให้เด็กช่วยเหลือตัวเอง เช่น การเก็บของเล่นหรือหยิบจับสิ่งของที่ต้องการ เป็นต้น ทั้งนี้มุมช่วยเหลือตัวเองของเด็ก อย่างตู้เก็บของหรือชั้นวางของ ควรคำนึงถึงส่วนสูงให้เด็กสามารถหยิบจับได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งผู้ปกครอง

ข้อแนะนำสำหรับมุมพัฒนาทักษะทางสมอง คือ การเพิ่มพื้นรายละเอียดเล็กๆน้อยจากการตกแต่งเพื่อส่งเสริมจิตนาการ เช่น การใช้เก้าอี้แบบ Bean bag ซึ่งมีความยืดหยุ่นของรูปทรงทำให้เด็กมีจินตนาการเกี่ยวกับเก้าอี้ที่ต่างจากเก้าอี้ปกติ เป็นต้น

ภาพ: มุมพัฒนาสมองภายในห้องนอน
ภาพ: มุมพัฒนาสมองภายในห้องนอน

สรุป

เมื่อห้องนอนเป็นมากกว่าการพักผ่อนสำหรับเด็ก ดังนั้นการแต่งห้องนอนจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและสมอง ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับความคิดสร้างสรรค์และการทำกิจกรรม เพื่อให้คนที่คุณรักเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ

ความสำคัญของห้องนอน ไม่จำกัดอยู่แค่เด็กเท่านั้น เพราะห้องนอนผู้ใหญ่เองก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยห้องนอนผู้ใหญ่ต้องพิจารณาตั้งแต่การเลือกที่นอนจนถึงหลักฮวงจุ้ย เปลี่ยนห้องนอนธรรมดาเป็นห้องนอนที่ดีทั้งดวงและสุขภาพร่างกาย

สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียของตกแต่งบ้าน ทางNocNoc.com ได้รวบรวมทั้งไอเดียและของตกแต่งบ้านมากมาย คุณสามารถหาแรงบันดาลใจพร้อมกับเลือกดูของแต่งบ้านที่ชอบครบจบภายในเว็บเดียว หากใครสนใจอย่าลืมเข้าไปที่ NocNoc.com เพราะเราพร้อมเป็นตัวช่วยเปลี่ยนความฝันเรื่องบ้านให้เป็นความจริง!

แต่งบ้านได้สุดอย่างฝัน ที่ NocNoc.com

บทความที่เกี่ยวข้อง