• Knowledge

เคล็ดลับ พ่น เช็ด ฉีด ยาฆ่าเชื้อไวรัส [เข้าใจใน 5 นาที]

  • โดย NocNoc Writer

  • 391

ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19  ลุกลามไปทั่วโลก ทำให้ผู้คนต่างป้องกันตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่ใส่หน้ากากอนามัยจนไปถึงการกักตัวอยู่ในบ้าน แต่สำหรับใครที่ต้องเผชิญความเสี่ยงอยู่ตลอด เช่น เจ้าของธุรกิจที่ต้องเปิดสถานที่เพื่อรองรับลูกค้า การป้องกันธรรมดาอาจจะไม่พอ มาตรการการป้องกันก็ต้องยกระดับขึ้นถึงขั้นพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ให้บริการและสินค้า โดยในวันนี้ NocNoc.com มีเคล็ดลับเกี่ยวกับการพ่นยาฆ่าเชื้อมาฝาก เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ทำความเข้าใจโควิด-19 ก่อนพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส

โควิด – 19 คืออะไร

โควิด-19  เป็นไวรัสชนิดใหม่ซึ่งส่งผลอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจภายในร่างกาย ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสจะมีอาการเริ่มต้นจากไอ มีไข้ มีเสมหะ คล้ายกับโรคไข้หวัดทั่วไป แต่จะความแตกต่างตรงที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก หรือในบางรายที่อาการรุนแรงมากขึ้นจะเกิดอาการหายใจไม่สะดวก หายใจเร็ว หอบ จนถึงขั้นระบบการหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

ภาพ: ข้อมูลอาการของโควิด-19 ในแต่ละช่วงวัย
ภาพ: ข้อมูลอาการของโควิด-19 ในแต่ละช่วงวัย

อ้างอิงข้อมูลจาก: นพ.ธนรัตน์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค

การแพร่กระจายของโควิด -19

สำหรับผู้ที่ติดโควิด-19 จะมีระยะฟักตัวเฉลี่ย 2-14 วัน หรือมากกว่า ซึ่งในระยะฟักตัวเชื้อก็สามารถแพร่กระจายได้ ผ่านการไอและจามจากผู้ติดเชื้อ โดยเชื้อจะส่งต่อผ่านละอองภายในอากาศ ซึ่งเชื้อไวรัสสามารถติดอยู่บนผิววัสดุได้ัตั้งแต่ 3 ชั่วโมงจนถึง 3 วัน ขึ้นอยู่กับผิวสภาพและอุณหภูมิ เช่น ละอองหลังการจามลอยบนอากาศได้ 3 ชั่วโมง, บนพื้นผิวทองแดงอยู่ได้ 4 ชั่วโมง, บนกระดาษอยู่ได้ 24 ชั่วโมงและบนพลาสติกและสแตนเลสอยู่ได้ 3 วัน เป็นต้น

ภาพ: การจามหนึ่งในสาเหตุการแพร่กระจายของโควิด-19
ภาพ: การจามหนึ่งในสาเหตุการแพร่กระจายของโควิด-19

ถึงเวลาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด -19 กับเคล็ดลับการกำจัดไวรัส

ยาแบบไหนที่ใช้ได้ผล

การพ่นยาฆ่าเชื้อโควิด -19 มีสารหลายชนิดที่สามารถช่วยกำจัดเชื้อไวรัสได้ ทั้ง BESCON P-A, CHEMGENE HLD4H, Bioactive Silver Ion โดยสารเหล่านี้คือสารที่บริษัทรับพ่นยาฆ่าเชื้อใช้ในการกำจัดเชื้อโรค ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในโรงพยาบาล

พ่นยาฆ่าเชื้อเองได้ไหม?

จากชื่อตัวยาที่ดูเหมือนว่าคนธรรมดาทั่วไปจะเข้าถึงได้ยาก จนทำให้การพ่นยาฆ่าเชื้อกลายเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้ที่จริงแล้วคนธรรมดาอย่างเรา ก็สามารถพ่นยาฆ่าเชื้อเองได้จากวัสดุทั่วไปอย่าง น้ำยาซักผ้าขาว, น้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ ซึ่งช่วยกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ในระดับนึง

 

โดยในการเลือกซื้อวัสดุฆ่าเชื้อให้เลือกที่มีส่วนผสมดังนี้ 1. Benzalkonium chloride 2. Chloroxylenol 3. Ethyl alcohol 4. Isopropyl alcohol และ 5. Sodium hypochlorite ซึ่งสารเหล่านี้จะมีความเข้มข้นสูง ดังนั้นก่อนการใช้งานควรเจือจางด้วยน้ำก่อนตามอัตราส่วนที่ตัวยานั้นๆ ระบุไว้ เพื่อป้องกันการสัมผัสกับผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดการระคายเคืองได้ในภายหลัง

ภาพ: น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของ Chloroxylenol
ภาพ: น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของ Chloroxylenol

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการพ่นยาฆ่าเชื้อด้วยเอง

1.วัสดุฆ่าเชื้อ เช่น น้ำยาซักผ้าขาว, แอลกอฮอล์, น้ำยาฆ่าเชื้อ

ภาพ: แอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อโรค
ภาพ: แอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อโรค

2.น้ำสะอาด นำมาผสมกับวัสดุฆ่าเชื้อเพื่อลดความเข้มข้นป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนัง

ภาพ: น้ำเปล่า สำหรับใช้ผสมวัสดุฆ่าเชื้อ
ภาพ: น้ำเปล่า สำหรับใช้ผสมวัสดุฆ่าเชื้อ

3.อุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ไม้ถูพื้น, ผ้า และอุปกรณ์ฉีดยาฆ่าเชื้อ

ภาพ: ผ้าสำหรับทำความสะอาด
ภาพ: ผ้าสำหรับทำความสะอาด

4.ชุดป้องกันยาฆ่าเชื้อที่มาสัมผัสร่างกาย เช่น ถุงมือยาง เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หน้ากากอนามัยและแว่นตา เป็นต้น

ภาพ: อุปกรณ์ป้องกันยาฆ่าเชื้อสัมผัสร่างกาย ถุงมือยางและหน้ากากอนามัย
ภาพ: อุปกรณ์ป้องกันยาฆ่าเชื้อสัมผัสร่างกาย ถุงมือยางและหน้ากากอนามัย

5.พลาสติกแรปอาหาร ป้องกันวัสดุที่ไม่สามารถพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อได้ เช่น ภาชนะใส่อาหาร, วัสดุที่ไวต่อความชื้นและของเล่นเด็กเล็ก เป็นต้น

ภาพ: การใช้พลาสติกแรปภาชนะใส่อาหาร
ภาพ: การใช้พลาสติกแรปภาชนะใส่อาหาร

เคล็ดลับการพ่น – เช็ด – ฉีดยาฆ่าเชื้อ

  • หากต้องการกำจัดเชื้อด้วยตัวเอง แนะนำให้ใช้วิธีการเช็ดไปที่ตัววัสดุจะปลอดภัยกว่า เนื่องจากการพ่นทำให้เกิดละออง ซึ่งน้ำยาที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้ระคายเคืองผิวหนังได้
ภาพ: การเช็ดวัสดุด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
ภาพ: การเช็ดวัสดุด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • การฆ่าเชื้อควรหลีกเลี่ยงวัสดุที่ใช้ร่วมกับปาก เช่น ภาชนะใส่อาหาร, ช้อน หรือของเล่นเด็กเล่น เพื่อป้องกันยาฆ่าเชื้อเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงวัสดุที่ไวต่อความชื้นด้วย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
ภาพ: การเช็ดบริเวณโดยรอบเครื่องใช้ไฟฟ้า
ภาพ: การเช็ดบริเวณโดยรอบเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ควรให้ความสำคัญในการทำความสะอาดจุดที่สัมผัสบ่อยครั้ง เช่น ลูกบิดประตู, รีโมททีวี, โทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งกระเป๋าสตางค์ เนื่องจากจุดเหล่านี้เป็นจุดสะสมเชื้อไว้รัสได้ง่าย
ภาพ: การเช็ดทำความสะอาดลูกบิดประตู
ภาพ: การเช็ดทำความสะอาดลูกบิดประตู

 

  • หากเป็นไปได้ควรทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในบ้านทุกวัน เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจติดตามร่างกายหลังจากออกไปนอกบริเวณบ้าน
ภาพ: การทำความสะอาดภายในบ้าน
ภาพ: การทำความสะอาดภายในบ้าน

 

  • สำหรับการทำความสะอาดเสื้อผ้า แนะนำให้แยกจุดการทำความสะอาดนอกบ้าน เพื่อป้องกันเชื้อโรคติดเข้ามาภายในบ้าน และหากเป็นผ้าขาว ควรใช้น้ำยาซักผ้าขาวในการทำความสะอาดด้วย เนื่องจากน้ำยาซักผ้าขาวสามารถช่วยฆ่าเชื้อไวรัสได้
ภาพ: การใช้น้ำยาซักผ้าขาว
ภาพ: การใช้น้ำยาซักผ้าขาว

 

  • สำหรับการฆ่าเชื้อโทรศัพท์ให้ใช้การพ่นละอองบางๆจากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ค แต่ไม่ควรพ่นในปริมาณที่มากเกินไปเพราะอาจทำให้โทรศัพท์เสียหายจากความชื้นได้
ภาพ: การเช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์
ภาพ: การเช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์

 

  • ห้ามผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกันโดยพละการหรือไม่มีการศึกษาก่อน เนื่องจากน้ำยาบางประเภทหากผสมกันแล้วอาจมีพิษกัดกร่อนหรือทำให้เกิดก๊าซพิษ อาจเป็นอันตรายต่อผู้ทำความสะอาดได้
ภาพ: ตัวอย่างน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ห้ามผสมเข้าด้วยกันอาจเกิดอันตรายได้
ภาพ: ตัวอย่างน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ห้ามผสมเข้าด้วยกันอาจเกิดอันตรายได้

พ่นเองหรือจ้างมืออาชีพดีกว่ากัน?

หากบ้านหรือสถานที่ไหนที่ไม่มั่นใจในการทำความสะอาดด้วยตัวเอง เราขอแนะนำให้ใช้เลือกใช้บริการมืออาชีพ ในการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส จะสามารถช่วยสร้างเสริมความมั่นใจในการทำความสะอาดมากยิ่งขึ้น

ความแตกต่างระหว่างพ่นเองกับจ้างมืออาชีพ

1.ความปลอดภัย

แน่นอนว่าการจ้างมืออาชีพย่อมปลอดภัยมากกว่าทั้งความเสี่ยงจากการเผชิญไวรัสโดยตรงและความปลอดภัยจากการระคายเคืองของยาฆ่าเชื้อที่เจ้าของบ้านไม่ต้องลงมือพ่นเอง

ภาพ: การฉีดพ่นด้วยมืออาชีพจาก Always Clean

2.ประสิทธิภาพในการพ่น

สำหรับประสิทธิภาพในการพ่นนั้น มืออาชีพย่อมดีกว่าแน่นอน เนื่องจากน้ำยาที่มืออาชีพใช้นั้น มีส่วนผสมที่คนทั่วไปหาซื้อได้ยากและมีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป อีกทั้งเครื่องมือในการพ่นยังครบครันมากกว่า ทำให้ประสิทธิภาพในการพ่นดีกว่า

ภาพ: การฉีดพ่นยาด้วยน้ำยาคุณภาพมาตรฐานจาก Safe Zone

3.ความละเอียด

ในส่วนของความละเอียด สำหรับข้อนี้มีความใกล้เคียงกัน เพราะหากเจ้าของบ้านเป็นคนทำความสะอาดเองจะรู้ว่าส่วนใหญ่ที่ใช้งานบ่อย ทำให้ฆ่าเชื้อโรคได้ตรงจุด สำหรับมืออาชีพถึงจะแม้ไม่รู้รายละเอียดบ้านเท่าเจ้าของ แต่ด้วยประสบการณ์ทำงานจะรู้ว่าจุดไหนเป็นจุดสั่งสมเชื้อโรค ทำให้ฆ่าเชื้อโรคทำได้อย่างทั่วถึง

ภาพ: การฉีดพ่นฆ่าเชื้ออย่างละเอียดด้วยมืออาชีพจาก Always Clean

4.ราคา

แน่นอนว่าการพ่นเองราคาย่อมถูกกว่าการจ้างมืออาชีพอยู่แล้ว แต่ถ้าหากสถานที่พ่นไม่ใช่บ้าน แต่เป็นร้านค้าหรือสถานที่ที่มีคนเยอะอย่างสำนักงานหรือคอนโด ที่ต้องการมาตรฐานในการทำความสะอาด การเลือกใช้บริการมืออาชีพในการฆ่าเ